ะกูลลู่จะเข้าใจ!”
กล่าวจบ เขาก็ประสานมือคำนับต่อลู่เยี่ย
ลู่เยี่ยค้อมกายคารวะตอบว่า “ท่าทีของตระกูลฉีนั้น ข้าเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว!”
จุดยืนที่ไม่ช่วยฝ่ายใด แม้จะเทียบไม่ได้กับการส่งถ่านท่ามกลางหิมะตก แต่ก็ยังดีกว่าการซ้ำเติมคนตกบ่อมากนัก
ตระกูลฉีนี้ มีน้ำใจยิ่ง!
“ลู่เยี่ย พวกเจ้าตระกูลลู่จะเข้าร่วมด้วยหรือไม่?”
หลี่หยวนชงเอ่ยถามด้วยสีหน้าเย็นชา
“เข้าร่วม!”
ลู่เยี่ยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “แต่ข้าคิดว่ารางวัลเดิมพันยังน้อยเกินไป เพิ่มให้มากกว่านี้อีกหน่อยจะดีกว่า!”
“จะให้มากแค่ใด?”
หลี่หยวนชงตื่นตัวขึ้นมาทันที
“ทุกท่านที่อยู่ที่นี่คงทราบดีว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทุกๆ ปีของการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิ ตระกูลลู่ของข้าต้องได้อันดับหนึ่งเสมอ และแน่นอนว่าพวกข้าก็ได้รับสายแร่หินวิญญาณมาไม่น้อย”
ลู่เยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “และตอนนี้ ตระกูลลู่ของข้ายินดีที่จะนำสายแร่หินวิญญาณทั้งหมดมาเป็นรางวัลเดิมพัน!”
ทั่วทั้งงานเกิดเสียงฮือฮา
ลู่เยี่ยผู้นี้เล่นใหญ่เกินไปแล้ว!
มันต่างอะไรกับการทุ่มหมดหน้าตัก?
แม้แต่คนอย่างพานโส่วหู เทียนป๋อฉง เซวียไป่ซง ต่างก็รู้สึกว่าช่างเหลือเชื่อเหลือเกิน
ลู่เยี่ยไม่โง่เลย เขาคงเดาได้ว่าการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้ เขาจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นไร
หรือว่า ลู่เยี่ยมั่นใจว่าตนเองมีความสามารถพอที่จะพลิกสถานการณ์?
“เข้าร่วม!”
หลี่หยวนชงหัวเราะเสียงดัง “ตระกูลลู่ของเจ้ากล้า