บทที่ 42 ลู่จอมขูดรีดผู้ใจบุญสุนทาน
“พูดไปพูดมา ก็ยังคงเป็นการข่มขู่นั่นแหละ ช่างน่ากลัวจริงๆ”
ลู่เยี่ยแค่นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ
เขาใช้ดาบยาวเช็ดคราบเลือดที่เปื้อนบนเสื้อของปี่ซิ่วให้สะอาด แล้วจึงเก็บดาบกลับเข้าฝัก
ทั่วทั้งตำหนักใหญ่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้น เศษซากร่างและชิ้นเนื้อเกลื่อนพื้น ชวนให้คนคลื่นไส้อาเจียน
แต่ลู่เยี่ยกลับทำเหมือนไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น
ในช่วงสามปีที่สนามรบนอกอาณาเขตนั้น เขาได้เห็นภูเขาซากศพและทะเลเลือดที่โหดร้ายและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าตรงหน้าเสียอีก จนเขาเคยชินไปเสียแล้ว
“ไม่เลวๆ ของรางวัลจากสงครามในครั้งนี้จะต้องมีมากมายอย่างแน่นอน คุ้มค่าที่ข้าเดินทางมาถึงที่นี่”
ลู่เยี่ยกวาดตามองไปยังตำหนักใหญ่ ริมฝีปากและดวงตาปรากฏรอยยิ้ม
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยที่ไม่ได้พบมานาน
ราวกับได้กลับไปยังสนามรบนอกอาณาเขตอีกครั้ง ได้เห็นซากศพของเทพมารเต็มพื้นไปหมด จนเกิดสัญชาตญาณอยากค้นหาของมีค่าจากศพพวกนั้น
“เริ่มเลย!”
ลู่เยี่ยลงมือจัดการกับร่างไร้วิญญาณของปี่ซิ่วเป็นคนแรก
ในชั่วพริบตา สิ่งของทั้งหมดที่อยู่บนร่างของปี่ซิ่วก็ถูกค้นหาและเก็บรวบรวมออกมาจนหมด
ถุงเก็บของ แหวนปานจื่อ กำไลข้อมือ กระบี่ทองแดง เข็มขัด ปิ่นปักผม… แม้แต่กริชเล่มหนึ่งที่ซ่อนอยู่ที่ด้านในต้นขาก็ถูกพบเช่นกัน
ลู่เยี่ยจึงแน่ใจว่าไม่มีของตกหล่นแม้แต่ชิ้นเดียว
เขามีความมั่นใจอย่างยิ่งในฝีมือ