“รีบจับตัวเขาให้ได้ ข้าสงสัยว่าเขาคงซุกซ่อนความลับใหญ่ไว้บนร่าง หากพวกเราสามารถค้นพบมัน บางทีอาจใช้ประโยชน์ได้!”
แม่นางปี้ซิ่วเอ่ยอย่างเร่งเร้า
นางมองไปที่ลู่เยี่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย ราวกับกำลังจ้องมองสมบัติล้ำค่าหายาก
“ดี! นั่นตรงใจข้ายิ่งนัก!”
ราชาอสรพิษหางแดงโบกแขนเสื้ออย่างต่อเนื่อง ทั่วทั้งตำหนักใหญ่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังค่ายกลสังหารก็พุ่งเข้าใส่ลู่เยี่ยราวกับภูเขาถล่มและคลื่นยักษ์
ทันใดนั้น ลู่เยี่ยไม่สามารถหลบเลี่ยงได้อีกต่อไป อีกทั้งไม่มีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวหรือหลบหนีได้อีกแล้ว
ใคร ๆ ต่างก็เห็นว่า ลู่เยี่ยตกอยู่ในสถานการณ์คับขันสุดขีดแล้ว!
“ช่างเถอะ ข้าจะให้พวกเจ้าได้เปิดหูเปิดตา ได้เห็นฝีมือของข้าสักหน่อย!”
ลู่เยี่ยยิ้มออกมา ดวงตาและคิ้วของเขาเผยให้เห็นถึงความองอาจและเย่อหยิ่ง
“ค่ายกลจงทำงาน!”
เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงไป
ตำหนักใหญ่ทั้งหลังทรุดตัวลงในทันใด
“นี่มันอะไรกัน?”
สีหน้าของราชาอสรพิษหางแดงเปลี่ยนไปทันที เมื่อพบว่าค่ายกลสังหารที่อยู่ภายใต้การควบคุมของตนกำลังถูกแย่งชิงไป
และพลังของค่ายกลสังหารที่พุ่งเข้าใส่ลู่เยี่ยนั้น ก็สลายไปในทันทีที่เขาเหยียบลงไป