เมื่อคมดาบตวัดลงไป แสงสีทองชั้นแล้วชั้นเล่าบนร่างกายของอวี๋ปอถงก็แตกออกราวกับกระดาษบาง
เสียงแตกละเอียดราวกับแก้วดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทุกที่ที่แสงดาบผ่านไป เรียบลื่นดุจดั่งเฉือนเนยสด
ไม่เพียงแต่การป้องกันเก้าชั้นของเกราะทองไหมวิญญาณจะถูกทำลาย แขนทั้งสองข้างและลำคอของอวี๋ปอถงก็มีรอยเลือดปรากฏขึ้นมาพร้อมกัน
“เข้าใจแล้วหรือยัง?”
ลู่เยี่ยเก็บดาบและยืนนิ่ง
อวี๋ปอถงใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง เสียงแหบแห้งเริ่มขาด ๆ หาย ๆ “นี่…นี่มันวิชาดาบอะไรกันแน่…”
เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่เข้าใจ
ลู่เยี่ยถอนหายใจอย่างแผ่วเบา “ไม่รู้ว่าเจ้าได้พลังบำเพ็ญขอบเขตตำหนักวิญญาณการหลอมรวมที่หกมาด้วยวิธีใดกันแน่”
ผู้ฝึกตนนอกรีต หากพูดให้ไพเราะก็คือผู้ฝึกตนอิสระ แต่หากพูดให้น่าเกลียดก็คือพวกต่ำชั้นในสายตาของสำนักใหญ่ทั้งหลาย
มิใช่ว่าตั้งใจดูถูก แต่เพราะรากฐานและการสืบทอดของผู้ฝึกตนนอกรีตนั้นแย่เกินไป ความรู้และวิสัยทัศน์ของพวกเขาก็ต่ำเกินไป ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้เลย
เสียงของลู่เยี่ยยังคงก้องกังวาน ขณะที่แขนทั้งสองข้างและร่างกายของอวี๋ปอถงระเบิดแตกสลาย กลายเป็นเศษเนื้อและเลือดจนเกลื่อนพื้น