ค่ายกลนี้มีชื่อเรียกว่า ‘ค่ายกลมายาจิตวิญญาณมาร’ ผู้ที่อยู่ภายในนั้นจะถูกโจมตีด้วยเสียงมารที่กรอกเข้าหู และมนตร์ลวงของปีศาจที่ล่อลวงจิตใจ
หากครั้งใดที่จิตใจล้มเหลว จิตวิญญาณจะถูกยึดครอง สติจะเลอะเลือน และสูญเสียความเป็นตัวเอง!
ในการทดสอบครั้งนี้ ลู่เยี่ยเพียงแค่ยืนหยัดอยู่ได้ครึ่งเค่อก็ถือว่าผ่านการทดสอบ
“จะเดิมพันกันหรือไม่?”
“ข้าขอเดิมพันว่าถึงพลังของค่ายกลมายาจิตวิญญาณมารจะหมดสิ้นไป ก็ไม่อาจสั่นคลอนความมุ่งมั่นของคุณชายรองลู่ได้!”
“ข้าก็เช่นกัน!”
ทุกคนกระตือรือร้นที่จะวางเดิมพัน แต่กลับพบว่าแทบไม่มีใครคิดว่าลู่เยี่ยจะต้านทานไม่ไหวเลย
ทุกคนต่างเชื่อมั่นว่าลู่เยี่ยจะสามารถอดทนจนกระทั่งพลังของค่ายกลหมดสิ้น!
การเปลี่ยนแปลงทัศนคติเช่นนี้ นั่วนั่วมองเห็นได้อย่างชัดเจน จนอดที่จะรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้
นางจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าหลังจากผ่านการทดสอบทั้งสี่ด่าน ทั้งการทดสอบพลัง การสังหารปีศาจ ทักษะการลงทัณฑ์ และการผ่าพิสูจน์ ลู่เยี่ยได้ใช้วิธีการอันน่าอัศจรรย์ของเขาทำให้ผู้คนในห้องโถงใหญ่ทั้งหลายยอมจำนนโดยสิ้นเชิง?
แน่นอนว่า ฟางเป่ยเจิ้นเป็นข้อยกเว้น