“พี่ชาย บอกตามตรงโดยไม่ปิดบัง เมื่อวานนี้ถ้าข้ายอมก้มหัว ก็สามารถได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลพานที่อยู่เบื้องหลังพี่สะใภ้ใหญ่ได้ ตระกูลลู่ของพวกเราทั้งบนล่างก็คงไม่ต้องหวาดผวาเช่นนี้”
“เช่นเดียวกัน หากข้ายินยอมเป็นเขยแต่งเข้าบ้าน ท่านลุงฉินจะต้องปกป้องตระกูลลู่ของพวกเราให้ปลอดภัยไร้กังวล”
ลู่เยี่ยกล่าวว่า “แต่ข้าปฏิเสธไปหมดแล้ว พี่ชาย ท่านไม่โกรธข้ากระมัง?”
ลู่เซียวตอบอย่างเด็ดขาด “ไม่มีทาง! เจ้าไม่ต้องคิดมาก ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจเช่นไร ข้าล้วนสนับสนุนเจ้า!”
น้ำเสียงของเขาหนักแน่นก้องกังวาน
“ดี!”
ลู่เยี่ยถอนหายใจยาว แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าจะไม่ทำให้พี่ใหญ่และคนในตระกูลต้องผิดหวังเป็นอันขาด!”
เขาหันหลังเดินจากไป
ลู่เซียวมองตามร่างสูงสง่าของน้องชายที่จากไป เขาก็ถอนหายใจยาว ดวงตาดูหม่นหมองลง
“อาเย่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าในฐานะพี่ใหญ่ ข้าเพียงแต่ตำหนิตัวเองที่เป็นคนไร้ค่าที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ ไม่อาจแบ่งเบาภาระให้เจ้า และไม่อาจช่วยตระกูลให้พ้นจากภัยพิบัติ…”
ดวงตาของลู่เซียวแดงก่ำ จมดิ่งในความรู้สึกผิดและละอายใจอย่างลึกซึ้ง