คน แต่กระนั้นก็ไม่มีผู้ใดกล้าพูดอะไรสักคำ!
ทั้งหมดนี้ยิ่งช่วยขับเน้นให้สถานะของเซี่ยหลิงชิวดูไม่ธรรมดามากขึ้น
“เซวียไป๋ซง ข้าเองก็ไม่ใช่เทพที่เก่งกาจอะไร เจ้าคิดว่าข้าจะสามารถช่วยลู่เยี่ยได้หรือไม่?”
เซี่ยหลิงชิวมองเซวียไป๋ซงด้วยสายตาที่สงบนิ่ง น้ำเสียงของนางเย็นชาและสดใส แต่ก็แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามที่กดดันผู้คน
ทุกคนในที่นั้นจึงได้ยืนยันในที่สุดว่า เซี่ยหลิงชิวแม่ทัพอาภรณ์สีแดงผู้เป็นเสมือนตำนานแห่งต้าเฉียนผู้นี้ มาที่นี่เพื่อลู่เยี่ยจริง ๆ!
ในพริบตานั้น สายตาของผู้คนมากมายที่มองไปยังลู่เยี่ยก็เปลี่ยนไป มีทั้งความตกตะลึง ความสับสน และความไม่เข้าใจ
เซวียไป๋ซงรู้สึกอึดอัดในใจ เหงื่อเย็นผุดขึ้นมาบนหน้าผาก “ท่านแม่ทัพ ท่านคงไม่ทราบ ลู่เยี่ยเขา…”
เซี่ยหลิงชิวตัดบทว่า “เจ้าแค่บอกมาว่า ข้าทำได้หรือไม่ได้!”
สีหน้าของเซวียไป๋ซงแปรเปลี่ยนไปมาชั่วขณะ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ผู้อาวุโสสูงสุดหลี่ฉางเฟิงที่อยู่ด้านข้างก็ทำใจแข็งกล่าวว่า
“ท่านแม่ทัพก็ทราบดีว่า สำนักศึกษาเทียนเหอเป็นสำนักศึกษาที่ราชสำนักต้าเฉียนจัดตั้งขึ้น ลู่เยี่ยบุกรุกสำนักศึกษาโดยพลการ ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ กระทำความโหดร้ายอย่างที่สุดของเขานี้