ากกำหนดเวลาหนึ่งพันปีมาถึง เขาทำให้โลกแห่งยุทธ์แต่ละแห่งรวมกันเป็นโลกที่ใหญ่โตมโหฬารแห่งเดียวกันดีหรือไม่?” หากทำเช่นนั้นย่อมรับประกันจำนวนสิ่งมีชีวิตได้ ทั้งยังได้รับทรัพยากรมากกว่าเดิมด้วย เจียงฉางเซิงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าแผนการนี้ใช้ได้
เพียงพริบตาเดียวเวลาสองปีก็ผ่านไป วันนี้ฉางเหยาหลิงมาเยี่ยมเยียนเขาทีตำหนักเมฆาม่วงแล้วเอ่ยว่า “มรรคาจารย์ ท่านเทพจื่อหวนส่งตัวแทนเดินทางมาเยือน แจ้งว่ามีเรื่องต้องการขอร้อง”“ขอร้องข้าได้ดียิ่งนัก” เจียงฉางเซิงทราบเรื่องจากเสียงในใจของฉางเหยาหลิงมาก่อนแล้ว“พาพวกนางเข้ามาเถิด” เสียงของเจียงฉางเซิงลอยออกมาจากตำหนักเมฆาม่วง
ฉางเหยาหลิงพรูลมหายใจแล้วออกไปพาคนเข้ามาทันที แม้จะกลายเป็นผู้ศรัทธาเซ่นไหว้ของเจียงฉางเซิงแล้ว แต่ในใจนางก็ยังผูกพันกับเผ่าฉางอยู่มาก ผ่านไปไม่นานนัก ฉางเหยาหลิงก็พาหญิงรับใช้สองคนของท่านเทพจื่อหวนเข้ามา พวกนางบอกกล่าวจุดประสงค์ที่มาทันที ที่แท้เผ่าฉางก็อยากจะมาพึ่งพิงเขา
เจียงฉางเซิงทำให้เจ้าตำหนักเทพจี้มาแล้วไม่ได้กลับ ดังนั้นพลังของเขาย่อมเหนือกว่าระดับเจ้าตำหนักเทพ ไม่ใช่ขั้นเดียวกันอย่างแน่นอน บุคคลเช่นนี้มีค่าพอให้เผ่าฉางเข้าร่วมเป็นพรรคพวก อีกอย่างเผ่าฉางไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว เสียท่านเทพไปหนึ่งองค์ เจ้าตำหนักเทพไปหนึ่งองค์ โลกเทพยุทธจะต้องมาเอาเรื่องเป็นแน่ ท่านเทพจื่อหวนเป็นท่านเทพประจำโลกยุทธไทฮวง แล้วยังมีส่วนรู้เห็นก