ดวงตาของลู่เยี่ยหรี่ลง “พวกเขาคือใคร?”
“มีสุนัขรับใช้สองตัวจากตระกูลพาน มีทหารหน่วยกล้าตายสองคนที่เลี้ยงดูโดยกรมตรวจการเสวียนจิ้งแห่งชางโจว ส่วนอีกสองคนที่เหลือมาจากตระกูลหลี่และตระกูลฟางในเมืองอวิ๋นเหอ”
ฉินอู๋ซางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ทั้งหกคนนี้ถือเป็นหัวหน้าเล็ก ๆ ข้าเก็บศีรษะของพวกมันไว้ใช้ประโยชน์ ส่วนตัวละครที่ไม่สำคัญอื่น ๆ ถูกจัดการไปหมดแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เยี่ยก็เข้าใจทันทีว่า ที่แท้ที่ฉินอู๋ซางเข้ายึดครองหอจันทราและควบคุมที่ดินบรรพบุรุษตระกูลลู่ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูภายนอกฉวยโอกาสเข้าโจมตีในยามที่พวกเขากำลังประสบปัญหา
“และเพื่อให้เจ้าวางใจ สิ่งที่ข้าทำไป นอกจากเพราะเกี่ยวข้องกับตัวเจ้าแล้ว ยังเกี่ยวพันกับอารองของเจ้าด้วย”
ฉินอู๋ซางสะบัดแขนเสื้ออีกครั้ง ศีรษะเหล่านั้นก็พลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ท่านอารองของข้า?”
ฉินอู๋ซางพยักหน้า “อารองของเจ้ามีความเกี่ยวข้องกับสงครามที่ด่านเทียนหลางนั้นอย่างมาก อีกทั้งยังมีความลับที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ข้าก็กำลังสืบเรื่องนี้อยู่เช่นกัน หากรู้ความจริงเมื่อใด ข้าจะบอกเจ้าเอง”