พานอิ๋งซิ่วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ลู่เหล่าเอ้อร์มีนิสัยหยิ่งผยองจองหอง ทำการใดหาได้คำนึงถึงผลที่ตามมา เมื่อเขารู้ว่าหอจันทราถูกว่าที่พ่อตาของตนแย่งชิงไป เขาย่อมกลืนความอัดอั้นไม่ลงเป็นธรรมดา!”
เมื่อวานนี้ในห้องโถงพิธีศพของตระกูลลู่ ลู่เยี่ยได้ช่วงชิงตำแหน่งประมุขตระกูลอย่างบ้าอำนาจ ทำให้แผนการของนางพังลง ในใจของนางรู้สึกอัดอั้นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ที่ตอนนั้นนางเลือกที่จะถอย เหตุผลประการแรก นางสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติในตัวลู่เยี่ยที่ฟื้นคืนชีพมาจากความตาย
และประการที่สอง นางเพียงแต่ยังไม่ต้องการเปิดเผยความขัดแย้งกันต่อหน้าผู้คนก็เท่านั้น
“พี่หญิง ยามนี้ลู่เยี่ยก็เป็นประมุขตระกูลลู่แล้ว เขามีคุณสมบัติที่จะครอบครองตราประทับทองแดงของตระกูล”
พานอวิ๋นเฟิงกล่าวว่า “ท่านก็เคยพูดเองว่า ตราประทับทองแดงที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษนี้ คือกุญแจที่ใช้เปิดดินแดนลับในที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลู่”
“ในสถานการณ์เช่นนี้ หากฉินอู๋ซางจับตัวลู่เยี่ยได้ สมบัติในดินแดนลับของตระกูลลู่จะไม่ตกอยู่ในมือของฉินอู๋ซางหรือขอรับ?”