มันให้แหลก แล้วค่อยไปเฉือนคอเด็กเมื่อวานซืนอย่างแก!”
อวิ๋นเฟิงหัวเราะร่าอย่างกำเริบเสิบสาน
ทว่า เสี้ยววินาทีที่ปราณดาบมฤตยูกำลังจะบดขยี้ร่างเงา ในที่สุดร่างเงาของหลินอวี่ก็ขยับ!
เขายกนิ้วมือขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะคีบปราณดาบอันบ้าคลั่งนั้นเอาไว้ด้วยสองนิ้วอย่างดื้อๆ!
รูม่านตาของอวิ๋นเฟิงหดเกร็งอย่างรุนแรง มันเบิกตาค้างจ้องมองร่างเงาของหลินอวี่ราวกับเห็นผี
“เป็นไปได้ยังไงวะ!” เขาร้องอุทานเสียงหลง
วินาทีต่อมา สองนิ้วของร่างเงาหลินอวี่ก็ออกแรงบีบเบาๆ ปราณดาบอันร้ายกาจพลันแตกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา ราวกับเศษกระจกเปราะบาง!
เพล้ง!
เสียงแตกร้าวดังกังวานก้องไปทั่วฟ้าดิน!
อวิ๋นเฟิงอ้าปากค้างกรามแทบหลุด มันมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง!
แต่ฝันร้ายยังไม่จบแค่นั้น!
วินาทีต่อมา ร่างเงาของหลินอวี่หันขวับมาล็อกเป้าที่อวิ๋นเฟิง แล้วซัดหมัดเปรี้ยงออกไป!
มันเป็นเพียงหมัดธรรมดาๆ ที่เรียบง่ายไร้กระบวนท่า ไร้ซึ่งคลื่นพลังอลังการ แต่อวิ๋นเฟิงกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมฤตยูที่เหนือล้ำเกินหยั่งถึง
ร่างกายของมันถูกล็อกเป้าหมาย ไม่ขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว!
มันพยายามจะอ้าปากร้อง แต