นน่าเวทนาของซูอวี่เท่านั้น ถึงจะสามารถดับเพลิงแค้นที่ลุกโชนสุมทรวงของมันได้!
สิ้นเสียงคำรามมรณะ กลิ่นอายพลังที่หนักหน่วงน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมก็ถาโถมเข้าบดขยี้ทั่วทั้งค่ายอัจฉริยะ
เหล่าอัจฉริยะหน้าใหม่จำนวนไม่น้อยหน้าถอดสี เข่าอ่อนยวบ
หวงเส้าเทียนยืนขาสั่นพั่บหน้าซีดเผือดเป็นกระดาษอยู่กลางลานกว้าง
“ไอ้เวรบัดซบซูอวี่เอ๊ย! ดันไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนกระตุกหนวดเสือระดับปรมาจารย์เข้าจนได้! ถ้าไม่ใช่เพราะมันไปสร้างเรื่องบรรลัยไว้ ปรมาจารย์จะบุกมาถล่มค่ายเราถึงที่นี่ได้ยังไงวะ!”
“ใช่ๆ! ฉันเห็นด้วย! รีบๆ จับตัวซูอวี่มัดส่งให้ตาแก่นั่นเถอะ! โทสะของปรมาจารย์… ขืนโดนหางเลขไปด้วย ค่ายอัจฉริยะเราแบกรับไม่ไหวหรอกโว้ย!”
เสียงนกเสียงกาหวาดกลัวตายทำนองนี้ดังระงมไปทั่วทั้งค่าย
ตู้เนี่ยนกวน โอวหยางหนิงเสวี่ย และพรรคพวกคนอื่นๆ ต่างมีสีหน้าดูไม่จืด พวกเขามีความสัมพันธ์อันดีกับซูอวี่ เมื่อต้องมาทนฟังวาจาหมาๆ เห็นแก่ตัวของพวกขี้ขลาด ในใจจึงเกิดความเดือดดาลขยะแขยงเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าในวินาทีที่ความโกลาหลกำลังปะทุขีดสุดนั้นเอง…
ร่างในชุดลำลองสีขาวสายหนึ่ง ก็ค่อยๆ ก้าวเดินทอดน่องออกมาจากอาคารหอพักอย่างเชื่องช้าเยือกเย็น
เขาแหงนหน้าขึ้นปะ