หนา?”
เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่แยแสของสยงจ้าน หยางฉีก็เพียงแค่ยิ้มมุมปาก ไม่ได้เอ่ยแย้งอะไรกลับไป
ไม่รู้ว่าทำไม แต่สัญชาตญาณลึกๆ ในใจเขากลับร้องเตือนว่า ซูอวี่คือตัวตนที่เกิดมาเพื่อฉีกกระชากสามัญสำนึกและสร้างปาฏิหาริย์โดยเฉพาะ
และครั้งนี้… ก็ไม่น่าจะต่างกันเท่าไหร่
หยางฉีเพ่งมองแผ่นหลังของชายหนุ่มเขม็ง ก่อนจะพึมพำเสียงแผ่ว
“ในตัวนาย… ซ่อนความลับบ้าบออะไรเอาไว้กันแน่?”
ซูอวี่ยังคงสาวเท้าเดินตรงไปข้างหน้าอย่างใจเย็น ยิ่งเข้าใกล้ดาบโบราณ แรงกดดันจองหองก็ยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดรุนแรงขึ้นเป็นเงาตามตัว
เพียงไม่นานเขาก็ทะลวงผ่านเส้น ‘สิบเมตร’ อันเป็นปราการด่านแรกไปอย่างง่ายดาย!
แม้เส้นสิบเมตรจะไม่โหดหินเท่าเส้นห้าเมตร แต่มันก็มากพอที่จะบดขยี้อวัยวะภายในของยอดฝีมือขั้นกลางจนแทบกระอักเลือดได้
ทว่าวินาทีที่ซูอวี่เหยียบข้ามเส้นนั้น ใบหน้าของเขากลับยังคงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความทรมาน ราวกับสายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านร่างเท่านั้น!
ความชิลขั้นสุดนี้ทำเอากระทั่งโครงกระดูกบนแท่นหินยังต้องหันขวับมามอง
สยงจ้านเบิกตากว้าง คิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม
“เป็นไปได้ยังไง!? ปราณแค่หลอมภายในขั้นต้น ทำไมถึงแบกรับแรงกดดันมากมายมหาศาลขนาดน