นเห็นดังนั้นจึงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “สว่างจ้าแล้วมันจะมีประโยชน์เหี้ยอะไร? ท้ายที่สุดมันก็วัดกันที่ระดับสีอยู่ดีแหละวะ!”
“แต่ก็นะ… ดูจากความสว่างขนาดนี้ จะขึ้นสีฟ้าก็คงไม่มีปัญหา แต่จะมีปัญญาดันไปถึงสีม่วงได้หรือเปล่า… นั่นมันก็อีกเรื่องเว้ย!” มันพ่นคำถากถางโดยไม่คิดจะปกปิดความอิจฉาริษยาที่เดือดพล่านอยู่ในใจ
ต้องเข้าใจว่าตัวของซ่งอวิ๋นเองหยุดอยู่ที่พรสวรรค์สีฟ้า และโดนเด้งตกรอบไปอย่างน่าสมเพช ดังนั้นมันจึงปรารถนาอย่างยิ่งให้ซูอวี่ไปไม่ถึงสีม่วง และต้องจบเห่ถูกคัดออกไปเหมือนกับมัน!
ทว่า… ซ่งอวิ๋นเพิ่งจะพ่นคำพูดหมาๆ จบไปไม่ถึงครึ่งนาที สีบนศิลาหินก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน!
รัศมีแสงยังคงสว่างเจิดจ้าครอบคลุมลานจัตุรัส ทว่าท่ามกลางความสว่างไสว กลับแฝงไว้ด้วยแรงสั่นสะเทือนอันหนักหน่วง!
สีฟ้า!
ระลอกคลื่นแสงสีฟ้าสาดกระจายออกไปราวกับมรสุมคลื่นยักษ์ในมหาสมุทร ระดับความเข้มข้นของมันกดทับผลงานของทุกๆ คนที่ผ่านมาจนมิด!
วินาทีที่ศิลาทดสอบระเบิดแสงสีฟ้าอันเจิดจรัส สีหน้าของซ่งอวิ๋นก็บิดเบี้ยวกลายเป็นสีตับหมู!
มันรู้ดีแก่ใจ… การที่ศิลาสามารถแผ่ซ่านแสงสีฟ้าได้รุนแรงขนาดนี้ ย่อมหมายความว่ามันยังมี ‘ก๊อกสอง’ ซ่อนอ