ังบ่มเพาะแค่ขอบเขตปราณโลหิต ยืนหยัดปะทะกับยอดฝีมือขอบเขตหลอมโลหิตขั้นกลางแบบตัวต่อตัว! สุดท้ายพ่ายแพ้ไปเพราะพลังปราณโลหิตไม่พอยืนระยะ ไม่อย่างนั้น… ท่านโหวก็คงทุบธรรมเนียมนี้ทิ้งไปนานแล้ว!”
รอยยิ้มบนมุมปากของซูอวี่ค่อยๆ กว้างขึ้น เขามองตรงไปยังอู๋เจี๋ยพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า “ถ้าอย่างนั้น… ไม่ทราบว่าตอนนี้รุ่นพี่อู๋เจี๋ย มีพลังบ่มเพาะอยู่ระดับไหนแล้วล่ะ?”
อู๋เจี๋ยหรี่ตาลง นัยน์ตาทอประกายกร้าวร้าว มันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วประกาศกร้าวอย่างโอหัง “ไม่เก่งกาจอะไรนักหรอก... อันดับที่สามสิบห้าในทำเนียบอัจฉริยะ อู๋เจี๋ย! พลังบ่มเพาะระดับขอบเขตหลอมโลหิตขั้นกลาง!”
“ในเมื่อเป็นอย่างนั้น…” รอยยิ้มของซูอวี่แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ
ในเสี้ยววินาทีที่คำพูดยังไม่ทันขาดคำ ร่างของเขาก็พุ่งทะยานออกไปดุจกระสุนปืนใหญ่ที่หลุดจากลำกล้อง!
เปรี้ยง!
เสียงมวลอากาศถูกแหวกกระชากดังกึกก้องกัมปนาท!
พละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดทะลักออกจากร่าง ซ้ำยังมีเจตนารมณ์หยินหยางไหลเวียนเชี่ยวกรากรอบกาย ประหนึ่งก่อตัวเป็นสัญลักษณ์ไทเก๊กขนาดมหึมากลางอากาศ!
“เจตนารมณ์วิถีนักสู้!” สีหน้าของอู๋เจี๋ยแปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียดสุดขีด ภาพที่จางเสี