ุษย์แน่โว้ย!”
ทว่า… ช่างสวนทางกับเสียงโห่ร้องยินดีของชาวเมือง
ภายในตึกสมาคมนักสู้ บรรดานักสู้ต่างวิ่งวุ่นกันฝุ่นตลบด้วยฝีเท้าเร่งร้อน ใบหน้าของทุกคนดำทะมึน เคร่งเครียดจนเส้นเลือดปูดโปน!
ณ ห้องทำงานของรองประธานหลิวขวง
ซูอวี่ยังคงถูกอาบย้อมอยู่ใจกลางเสาแสงนิมิตฟ้าดิน ร่างกายลอยเคว้ง ไร้ซึ่งทีท่าว่าจะฟื้นคืนสติขึ้นมา!
หลิวขวงยืนจังก้าขวางประตูราวกับเทพทวารบาล คอยอารักขาซูอวี่ด้วยชีวิต! ทว่าแม้จะเป็นถึงรองประธานสมาคมนักสู้แห่งเมือง หยาดเหงื่อเย็นเฉียบก็ยังไหลอาบใบหน้าที่ร้อนรนของเขา
“บัดซบเอ๊ย! ใครจะไปนึกว่าพรสวรรค์ของไอ้เด็กนี่มันจะวิปริตสะเทือนฟ้าดินขนาดนี้! หวังว่ากองหนุนระดับพระกาฬจากศูนย์ใหญ่จะรีบถีบหัวส่งตัวเองมาให้ไวกว่านี้หน่อยเถอะวะ!”
หลิวขวงชะเง้อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาสั่นระริกด้วยความหวาดผวา
ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง…
เสียงหัวเราะแหลมปรี๊ดชวนสยดสยองดุจภูตผี ก็พลันดังกึกก้องกังวานทับสายลม!
“เจี๋ย เจี๋ย เจี๋ย! นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเมืองสวะซอกหลืบอย่างเหิงเฉิง จะเพาะพันธุ์อัจฉริยะไร้เทียมทานขึ้นมาได้…”
“แต่น่าเสียดาย… ที่คืนนี้แกจะต้องถูก ‘ลัทธิเทพสวรรค์’ ของข้า สับคอทิ