สีน้ำเงิน!
แสงสีใหม่สว่างวาบขึ้นบนหินทดสอบสีดำขลับ ความเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ทำเอาแม้แต่ยอดฝีมืออย่างไป๋จ่านถึงกับชะงักงัน
สีหน้าของเขากลายเป็นเคร่งเครียดปนประหลาดใจ ในฐานะครูฝึกแห่งค่ายอัจฉริยะ เขาผ่านการประเมินเด็กอัจฉริยะมานับไม่ถ้วน ทว่า… คนที่ทำหินทดสอบเปลี่ยนสีได้ ไป๋จ่านเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต!
ไป๋จ่านสูดลมหายใจเข้าลึก หรี่ตาจ้องมองซูอวี่เขม็ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น
“สีน้ำเงิน… อนาคตอย่างน้อยที่สุดต้องไปถึงขอบเขตกายาทองคำ ซูอวี่ผู้นี้ มีคุณสมบัติเข้าค่ายอัจฉริยะ!”
ประโยคสั้นๆ นี้ทำเอาหลิวขวงที่ยืนลุ้นจนตัวโก่งอยู่ด้านข้าง ดีใจจนแทบเนื้อเต้น!
เมืองเหิงเฉิงร้างราจากคำว่า ‘อัจฉริยะ’ ที่สอบเข้าค่ายอัจฉริยะได้มาหลายปีเต็มทน! ทันทีที่ซูอวี่ตบเท้าเข้าค่าย สมาคมนักสู้เมืองเหิงเฉิงย่อมได้รับทรัพยากรสนับสนุนมหาศาล! ถึงตอนนั้น พวกเขาก็สามารถปั้นยอดฝีมือรุ่นใหม่ขึ้นมาได้อีกเพียบ! นี่แหละคือสัจธรรมอันน่าเศร้าของเมืองเล็กชายขอบ
ต่อให้เด็กมีของแค่ไหน แต่ถ้าไร้ทรัพยากรหนุนหลัง ก็ไม่มีทางสู้พวกคาบช้อนเงินช้อนทองจากเมืองใหญ่ได้! นี่คือเหตุผลว่าทำไมความสำเร็จของซูอวี่ถึงทำให้หลิวขวง