กได้ว่าแข็งแกร่งจนน่าสยดสยอง!
ซูอวี่ผลักบานหน้าต่างออก ทอดสายตามองท้องฟ้าสีเทาหม่นเบื้องนอก ก่อนจะก้มมองนาฬิกาแล้วสบถเบาๆ
“แค่ดูดซับโอสถหลอมไขกระดูกเม็ดเดียว… ล่อไปสองวันเต็มๆ เลยรึเนี่ย!”
พูดจบ เขาก็กลับไปนั่งสมาธิ ปรับสมดุลปราณโลหิตที่เพิ่งทะลวงผ่านให้มั่นคง เขาต้องฟิตร่างกายให้อยู่ในจุดพีคที่สุด ก่อนที่ ‘บิ๊กเบิ้ม’ จากค่ายอัจฉริยะจะเดินทางมาถึง!
…
อีกด้านหนึ่ง ณ สำนักงานสมาคมนักสู้…
ชายวัยกลางคนในชุดสูทจงซานผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นกลางห้องทำงานของหลิวขวงอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง!
หลิวขวงที่กำลังก้มหน้าจัดการเอกสาร พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นชายคนนี้เข้า สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขารีบผุดลุกขึ้นยืนตรง ประสานมือโค้งคำนับทำความเคารพทันที!
“รองประธานสมาคมนักสู้เมืองเหิงเฉิง… ขอน้อมคารวะท่านไป๋!”
ชายวัยกลางคนคลี่ยิ้มบาง ทว่าใบหน้านั้นกลับฉาบไล้ไปด้วยความหยิ่งยโสโอหังปิดไม่มิด เขาเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างเกียจคร้าน นิ้วมือเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเบาๆ… ก๊อก... ก๊อก...
“ไหน… พาฉันไปดูหน่อยซิ ว่าไอ้เด็กหนุ่มที่แกคุยนักคุยหนา… มันจะมีดีสักแค่ไหนกันเชียว!”
ทูตพิเศษจากค่ายอัจฉริยะ… เหยีย