หลังจากรับการถ่ายทอดความทรงจำของอภินิหารฟ้าดินสิ้นสลายเสร็จแล้ว เจียงฉางเชิงก็ยังไม่ได้ฝึกอภินิหารในทันที
“ผู้แข็งแกร่งที่สุดที่ไทสื่อฉางเชอจะเชิญมาได้นั้น แข็งแกร่งมากเพียงใด”
[ตอนนี้ไม่อาจพยากรณ์ได้ เป้าหมายไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่ระบบรับรู้ได้]
เจียงฉางเชิงก็ไม่ได้ผิดหวัง เพราะเขาคุ้นชินไปแล้ว ก็แค่ลองเผื่อจะได้เท่านั้น เขาเริ่มศึกษาอภินิหารฟ้าดินสิ้นสลาย ไทฮวงกว้างใหญ่ไพศาล จะต้องมีสักแห่งที่สามารถฝึกอภินิหารนี้ได้แน่ เมื่อมีมหามรรคาจำแลงกายอยู่ ต่อให้เจียงฉางเชิงไม่ลงมือเอง ก็ยังมีโอกาสได้รับรางวัลรอดชีวิต เวลานี้เขายิ่งตั้งตารอคนจากโลกเบื้องล่างมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ต้องสู้กันอยู่แล้ว ขอให้ศัตรูแข็งแกร่งสักหน่อยเป็นดีที่สุด
ปีติ้งเทียนที่ห้าสิบห้า ย่างเข้าสู่สารทฤดู เจียงจื่ออวี้ให้แม่ทัพผู้หนึ่งเข้าพบในห้องทรงพระอักษร แม่ทัพผู้นี้กำลังบอกเล่าประสบการณ์ที่ไปผจญภัยมาในครั้งนี้ด้วยความตื่นเต้น และโดยมากเป็นการเล่าถึงฝีมือของมรรคาจารย์เป็นหลัก
“มรรคาจารย์ช่างเก่งกาจจริงๆ แมลงโลหิตที่ศัตรูควบคุมมีจำนวนมากมายเหลือเกิน เรียกว่าปิดแผ่นฟ้าบังตะวันทีเดียว แต่ยามอยู่ต่อหน้ามรรคาจารย์ กลับไม่ควรค่าให้เอ่ยถึงแต่อย่างใด!”
แม่ทัพเอ่ยเรื่องการต่อสู้ในครั้งนั้น ก็อดขยับมือขยับไม้ไปด้วยไม่ได้
เจียงจื่ออวี้กลับไม่รู้สึกว่าแปลกใจใดๆ เขาสงสัยฐานะของคนทั้งสองนั้นมากกว่า ยังมีโอรสของเขาอีก… ดาวสังห