ี่แข็งแกร่งจนสู้ไม่ได้ ก็สามารถเคลื่อนย้ายได้เรื่อยๆ” นี่คือสิ่งแรกที่เจียงฉางเซิงนึกถึง แน่นอนว่าการเคลื่อนย้ายยังช่วยให้เขาเผยแผ่คำสอนได้สะดวกขึ้นด้วย
เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วไม่ทันรู้ตัว เขาก็สะสมแต้มเซ่นไหว้ได้ถึงหนึ่งแสนล้านแล้ว ปีนี้เป็นปีติ้งเทียนที่ยี่สิบสาม เจียงฉางเซิงมีอายุห้าร้อยแปดปีแล้ว และห่างจากการบรรลุขั้นครั้งล่าสุดมาหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าปีแล้ว ในที่สุดเขาก็รู้สึกถึงคำว่า “ปิดด่านหนึ่งครั้ง เวลาบนโลกมนุษย์ผ่านไปพันปี” อย่างแท้จริง ผู้ฝึกเซียนย่อมต้องทนต่อความโดดเดี่ยวให้ได้
เขาเพิ่มคนที่ตนเองห่วงใยเข้าไปในบัญชีสถาปนาเทพแล้ว ทำให้อายุขัยเทียบเท่าเขา จึงไม่ต้องกังวลว่าเมื่อตื่นขึ้นมาอีกที จะมีผู้ล่วงลับที่สิ้นอายุขัยและฝังลงใต้ผืนดินแล้ว
เจียงฉางเซิงเริ่มสำรวจมหาพิภพจิตจรอีกครั้ง จำนวนผู้ศรัทธาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เหล่าผู้ศรัทธายังได้สร้างสิ่งปลูกสร้าง ภูมิประเทศหลากหลาย ส่งผลให้ดินแดนแห่งนี้สมบูรณ์และมีชีวิตชีวามากขึ้น สิ่งมีชีวิตภายในก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ทำให้เจียงฉางเซิงนึกถึงเกมทำฟาร์มแบบออนไลน์ในโลกเก่า ถึงขั้นมีผู้ศรัทธาบางคนเริ่มดำเนินการค้าเสมือน โดยใช้ความเชื่อถือในการแลกเปลี่ยนสินค้า แนวคิดทันสมัยมาก
มหาพิภพจิตจรแห่งนี้ก็มีแดนสวรรค์ทำหน้าที่ดูแลเช่นกัน จึงไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้น เทพเซียนในแดนสวรรค์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ไม่ช้าไม่นานย่