ย้อนกลับมาที่สันกระดูก พวกเขานั่งล้อมวงอยู่รอบกองไฟ กลิ่นหอมหวลของเนื้อย่างตลบอบอวลไปทั่ว ทำเอาท้องของซันนี่ส่งเสียงประท้วงที่น่าอายออกมา อย่างไรก็ตาม มันยังไม่ใช่เวลาทานอาหาร เขากำลังเล่าสิ่งที่เขาเห็นให้พวกเด็กสาวฟัง
“…หลังจากที่เซนจูเรียนคุกเข่าลง สัตว์ร้ายกระดองอีกตัวก็ลงมาจากยอดสถูปเถ้าถ่าน แต่ตัวนี้ไม่เหมือนกับพวกที่เราเคยเห็นมาก่อนเลย ขนาดของมันใหญ่อย่างน้อยสองเท่าของเซนจูเรียน สูงสักหกถึงเจ็ดเมตรได้ ฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่ามันจะหนักแค่ไหน ดูเหมือนบ้านที่เคลื่อนที่ได้เลยล่ะ”
เนฟิสขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเธอไม่พอใจนักที่รู้ว่ามีอสูรกายร่างยักษ์ขวางทางอยู่
“ยิ่งไปกว่านั้น กระดองของมันไม่ใช่ไคติน แต่มันดูเหมือนโลหะผสมประหลาดบางอย่าง ฉันไม่คิดว่าดาบเราจะฟันมันเข้าหรอก แล้วฉันก็ไม่เห็นช่องว่างในเกราะของมันเลยสักนิด แม้แต่ตามข้อต่อก็ตาม”
แคสซี่ลอบกลืนน้ำลายและหันหน้าไปทางเพื่อนของเธอ แต่ดาราแปรเปลี่ยนยังคงนิ่งเงียบ
ซันนี่ถอนหายใจ
“นอกจากนี้ ไอ้ตัวนั้นยังมีแขนสี่ข้างแทนที่จะเป็นสองข้างตามปกติ มีคู่หนึ่งเป็นก้ามและอีกคู่เป็นเคียว ซึ่งมันใหญ่กว่าของเซนจูเรียนเสียอีก กระดองของมันเต็มไปด้วยหนามแหลม แล้วก็มีเขายาวบนหัวด้วย แล้วมันก็… เอ่อ… ดูเหมือนมนุษย์มากขึ้น มันเกือบจะมีใบหน้าแล้ว แม้จะอัปลักษณ์สุดๆ ก็เถอะ และดวงตาของมัน… ฉันคิดว่ามันมีสติปัญญามากกว่าตัวอะไรก็ตามที่เราเคยเจอมา”