ฟังดังนั้นก็เอ่ยเสียงหนักว่า “ห้ามให้เรื่องนี้แพร่ออกไป ข้าจะไปแจ้งต่อมรรคาจารย์” เจียงเสวียนเหนียนพยักหน้า จากนั้นเมื่อรายงานเรื่องอื่นๆ แล้วจึงได้ออกไป
สะบั้นเศียรก้มหน้ามองภาพร่างบนโต๊ะ ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
การบำเพ็ญเพียรของเจียงฉางเชิงเริ่มจากรู้แจ้งในมรรคา ก่อนเปลี่ยนเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้ผลแห่งมรรคา สิ่งนี้ก็ทำให้จิตสำนึกของเขาไม่ได้จดจ่อเท่าใด เขาพบว่ามักมีคนลงมาจากนอกพิภพ แม้จะอำพรางมิดชิดยิ่งแต่ก็หลบจากสัมผัสรับรูของเขาไม่ได้ ทว่าคนเหล่านี้มีพลังอ่อนด้อยนัก เขาจึงไม่ได้ขัดขวางใดๆ เขาเดาว่าเป็นฝีมือของท่านเทพจื่อหวน ดูท่าท่านเทพจื่อหวนจะสงสัยในตัวฉางเหยาหลิงแล้ว ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องธรรมดา ฉางเหยาหลิงเปลี่ยนไปมากเกินไป หากเป็นเขาก็จะต้องสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอยู่แล้ว ตราบใดที่เจียงฉางเชิงไม่ขัดขวางไม่ให้ท่านเทพจื่อหวนดึงตัวผู้แข็งแกร่งของไทฮวงไป คาดว่าท่านเทพจื่อหวนก็จะไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมือกับเขา
แต่ถึงกระนั้น เจียงฉางเชิงก็ยังคงพยากรณ์หาสุดยอดผู้แข็งแกร่งในอาณาบริเวณของไทฮวงอยู่เป็นประจำ ไมอาจประมาทได้เด็ดขาด ระยะนี้ผลมรรคาของเขาเริ่มเชื่อมต่อกับโลกแห่งมรรคา เมื่อผลมรรคาเริ่มเชื่อมต่อกับโลกแห่งมรรคา จะสามารถดึงดูดอำนาจแห่งกฎเกณฑ์ฟ้าดินและปราณวิญญาณฟ้าดินมาได้ ทำให้เขาเกิดสมมติฐานใหม่เรื่องของระดับขั้นในอนาคตขึ้นมา
วสันต์เคลื่อน สารทเยือน สี่ฤดูเปลี่ยนผ่าน เทียนจ