ซันนี่นอนแผ่หลากลางโคลนพลางเหม่อมองท้องฟ้า เขาไม่จำเป็นต้องพักเอาแรงด้วยซ้ำ เพราะการต่อสู้ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาทีตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีใครตาย บาดเจ็บ หรือแม้แต่มีรอยถลอก… ยกเว้นก็แต่นักเก็บกวาดตัวนั้น มันเหนือความคาดหมายของเขาไปไกลมาก
เขาเหลือบมองซากสัตว์ประหลาดเพื่อให้แน่ใจว่ามันตายสนิทแล้วจริงๆ จากนั้นจึงเรียกอักษรรูนขึ้นมาดูจำนวนเศษเสี้ยวแห่งเงาที่ครอบครองอยู่
[เศษเสี้ยวแห่งเงา: 16/1000]
มันเป็นเรื่องจริง อสูรระดับตื่นรู้ที่ทรงพลังพินาศลงง่ายๆ แบบนี้เอง และถึงแม้เนฟิสจะเป็นคนลงแรงส่วนใหญ่ แต่เขาก็เป็นคนลงมือสังหารปลิดชีพมัน
‘ทำไมมันถึงไม่เป็นเรื่องง่ายแบบนี้เสมอไปนะ?’
ซันนี่ลุกขึ้นยืนและสลายดาบสีฟ้าครามทิ้งไป จากนั้นเขาก็นึกถึงคำพูดที่ปรมาจารย์เจ็ทเคยบอกเขาครั้งหนึ่ง: “ไม่มีใครสามารถเอาชีวิตรอดในโลกแห่งความฝันได้เพียงลำพัง”
ตอนนั้นเขาจดจำคำแนะนำของเธอไว้ แต่ไม่ได้เชื่อมันจริงๆ เพราะเขาพยายามจะพึ่งพาตัวเองมาโดยตลอด ไม่ยอมให้ตัวเองต้องขึ้นอยู่กับใคร ในความคิดของซันนี่ นี่แหละคือความหมายที่แท้จริงของความแข็งแกร่ง
ทว่าตอนนี้เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าตรรกะนี้อาจจะมีช่องโหว่ เพราะการมีใครสักคนมาช่วยแบกรับภาระนั้นหมายถึงความแตกต่างระหว่างสวรรค์และนรกในโลกแห่งความฝันแห่งนี้ หากเขาอยู่ตัวคนเดียว การสู้กับนักเก็บกวาดเพียงตัวเดียวอาจจะเป็นจุดจบของเขาไปแล้ว