ซันนี่เริ่มจะรู้สึกชอบการสนทนาในความมืดขึ้นมาทีละนิด เมื่อไม่มีภาระเรื่องแสงสว่าง ผู้คนมักจะผ่อนคลายและซื่อสัตย์ต่อกันมากขึ้น มันทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์ไฟดับที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในเมืองตอนที่เขายังเป็นเด็ก ครอบครัวของเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมานั่งรวมตัวกันและใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับการพูดคุยกันเพียงอย่างเดียว
ตอนนี้ ช่วงเวลาที่มืดมิดเหล่านั้นได้กลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่มีค่าที่สุดของเขาไปแล้ว
เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า:
“ในเมื่อพวกเราต้องพึ่งพากันและกัน เราควรจะแชร์ความสามารถและ ‘ความทรงจำ’ ที่พวกเรามีอยู่ดีไหม?”
นี่เป็นข้อเสนอที่มีเหตุผล หากพวกเขาต้องสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน การรู้จุดแข็งของกันและกันถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ถึงอย่างนั้น เขาก็สังเกตเห็นเนฟิสเหลือบมองมาทางเขาด้วยสายตาที่ระแวดระวัง
โชคดีที่เขาถูกพรางตาด้วยความมืด
“ฉันเริ่มก่อนเลยแล้วกัน” ซันนี่พูด ทั้งเพื่อแสดงความจริงใจและเพื่อเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองในขอบเขตที่เขาสามารถควบคุมได้
หากเขาเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน แม้เขาจะต้องพูดความจริง แต่จะบอกมากน้อยแค่ไหนหรือถึงระดับไหนนั้นเขายังเป็นคนตัดสินใจเองได้ แต่ถ้าพวกเธอเป็นฝ่ายถามและเขาต้องตอบละก็… สิ่งต่างๆ จะกลายเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ทันที