ทว่า ในช่วงเวลาระหว่างการได้รับคำถามและการยอมจำนนต่อความเจ็บปวด การเลือกใช้คำพูดของคำตอบนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ยิ่งมันห่างไกลจากความคิดแรกเริ่มมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งเจอแรงต้านมากขึ้นเท่านั้น—ซึ่งมาในรูปของความดันและความเจ็บปวดเหมือนเดิม มันยังต้องเป็นความจริงอยู่ แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นความจริงที่ทิ่มแทงขนาดนั้นก็ได้
ตัวอย่างเช่น ถ้าปรมาจารย์เจ็ทจับได้ว่าเขาจ้องมองเธออีกครั้งแล้วถามว่าเขามองอะไร แทนที่จะทำให้ตัวเองอับอาย ซันนี่สามารถอดทนต่อความเจ็บปวดเล็กน้อยแล้วพูดแค่ว่า “คุณ”
นั่นยังคงเป็นความจริง ทว่าผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อหลบอยู่ตรงมุมห้อง ซันนี่ยิ้มกว้างขณะเฝ้ามองเหล่าผู้หลับใหล
‘นี่มันดีมาก ดีสุดๆ เลย นี่คือสิ่งที่ฉันเอาไปใช้ประโยชน์ได้!’
เหนือสิ่งอื่นใด คนเราไม่จำเป็นต้องโกหกเพื่อหลอกลวงคนอื่น บางครั้งความจริงนี่แหละคือวัสดุที่ดีที่สุดในการสร้างเรื่องลวง
หากใช้อย่างชาญฉลาดและเจ้าเล่ห์ ความจริงก็สามารถชี้นำไปในทางที่ผิดได้ไม่ต่างจากคำโกหก
ตัวอย่างเช่น ในบทสนทนาหนึ่งก่อนหน้านี้ ซันนี่สารภาพว่าเขาเคยขโมยรองเท้าบูทจากคนตาย อีกฝ่ายตกใจมากและถามว่าเขาฆ่าคนแค่เพื่อรองเท้าบูทจริงๆ หรือ คำตอบที่จุดบกพร่องบังคับให้เขาพูดออกมาคือมันมีเหตุผลอื่นและเขาก็เอาเสื้อคลุมของชายคนนั้นมาด้วย