ซันนี่หันหลังและพยายามจะวิ่งหนี แต่ทว่ามันสายเกินไปแล้ว มีบางอย่างกระแทกเข้าที่หลังของเขา ส่งร่างของเขาไปอัดกับผนังหิน ด้วยเสียงร้องลั่น เขาเขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แหลมคมทิ่มแทงเข้าที่สีข้างด้านซ้าย
ซันนี่กลิ้งออกมาจากถ้ำพลางกุมหน้าอก พยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืนและวิ่งหนีออกจากรอยแยกแคบๆ นั้น
เขาตะเกียกตะกายมาจนถึงเส้นทางเก่า ในที่สุดเขาก็มองเห็นดวงดาวและดวงจันทร์สีซีดที่ทอแสงเจิดจ้าอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่นั่นคือความไกลที่สุดเท่าที่เขาจะไปได้
“หยุด”
เมื่อน้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากข้างหลัง ซันนี่ก็แข็งทื่อไป ถ้าฮีโร่มีแกนวิญญาณระดับตื่นรู้จริงๆ เขาก็ไม่มีโอกาสหนีพ้นเลย ยิ่งในการต่อสู้ เขายิ่งไม่มีโอกาสเลยแม้แต่น้อย
“หันกลับมา”
ทาสหนุ่มหันกลับมาอย่างเชื่อฟังพลางยกมือขึ้นทั้งสองข้างเขามองไปที่ฮีโร่ ผู้ที่กำลังเช็ดเลือดออกจากใบหน้าด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์ ทั้งสองจ้องมองกันและกัน ตัวสั่นสะท้านท่ามกลางความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านเจตนาฆ่า
“มันคุ้มกันไหม? ช่างเถอะ ถึงยังไงฉันก็จะทำตามคำมั่นสัญญา ฉันจะทำให้มันจบไวๆ”
ทหารหนุ่มชักดาบออกมา
“มีคำพูดสุดท้ายไหม?”
ซันนี่ไม่ได้ตอบอะไร
ทว่า จู่ๆ กระดิ่งเงินขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
ฮีโร่ขมวดคิ้ว
“แกไปซ่อนของพรรค์นั้นไว้ที่ไหนกัน?”
ซันนี่เขย่ากระดิ่ง เสียงใสๆ ที่ไพเราะกังวานไหลผ่านขุนเขา เติมเต็มค่ำคืนด้วยท่วงทำนองที่ชวนหลงใหล