ที่เขาพกสมบัติอาคมมาเต็มตัว ก็เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน แต่ที่เขาใช้สิ่งที่เรียกว่าดัชนีปราณตระกูลเฉิน ก็เพราะว่าฉางเหยาหลิงอยู่ข้างหลัง ไม่เหมาะจะใช้อภินิหารยิ่งใหญ่อลังการหรือสมบัติอาคม
เมื่อใช้วิชายุทธสังหารท่านเทพไท่ฮวง จึงจะทำให้ท่านเทพจื่อหวนคิดไม่ถึงว่าเขาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ
เจียงฉางเซิงแผ่นิ้วมือขวาทั้งห้านิ้วออก และดูดท่านเทพไท่ฮวงเข้ามาในมือจากระยะไกล แล้วหิ้วสายคาดเอวเขาไว้ด้วยมือเดียว
ท่านเทพไท่ฮวงที่ก่อนนี้เคยยิ่งใหญ่ในหล้า เวลานี้เป็นเหมือนซากศพ เลือดสดยังคงหยดลงสู่เบื้องล่างไม่หยุด
พอฉางเหยาหลิงตั้งสติได้ก็ต้องกลืนน้ำลายเอื้อก ถามว่า “ดัชนีปราณตระกูลเฉินเป็นยอดเคล็ดวิชาใดหรือ ใช่ตระกูลเฉินในโลกเบื้องบนหรือไม่”
เจียงฉางเซิงตอบว่า “ได้มาโดยบังเอิญ ผู้ที่เราสามารถติดต่อในโลกเบื้องบนมีแค่เจ้าและนายของเจ้า”
ฉางเหยาหลิงโล่งอก นางยินยอมเชื่อคำพูดของเจียงฉางเซิง
เจียงฉางเซิงไม่ได้จากไปแต่กำลังรอเวลา เมื่อผ่านไปพักหนึ่งเขาจึงระเบิดมหาค่ายกลเตาหลอมฟ้าดิน เห็นชัดว่าเขาต้องใช้เวลาพักหนึ่งจึงจะสามารถสังหารท่านเทพไท่ฮวงได้
เวลานี้จิตสำนึกของท่านเทพไท่ฮวงมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เขาลืมตาขึ้นมาอย่างยากเย็น มองไปทางเจียงฉางเซิงแล้วเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือว่า “เจ้า… ผิดแผก… ช้าเร็ว… ต้องพบหายนะ…”
เจียงฉางเซิงเอ่ยเฉยชาว่า “เดิมทีเราไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับเจ้า เป็นเจ้าบีบคั้นเราหนักหนาเกินไป”
เขา