ทาสอาวุโสชี้ไปที่กองไฟที่โชติช่วง
“เพราะถ้าไม่มีไฟนั่น พวกเราจะแข็งตายก่อนที่คืนนี้จะจบลง หนีไปตอนนี้ก็เท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ จนกว่าดวงอาทิตย์จะขึ้นนั่นแหละ”
ซันนี่ไม่ได้พูดอะไร เขารู้ว่านักปราชญ์พูดถูก อันที่จริงเขารู้ตัวทันทีหลังจากรัดคอตัวอ่อนนั่นตายแล้ว ไม่ว่าราชาแห่งขุนเขาจะน่ากลัวแค่ไหน กองไฟก็ยังคงเป็นเส้นชีวิตเดียวในนรกเยือกแข็งแห่งนี้
มันเหมือนกับที่ทาสร่างกำยำพูดไว้ ขอให้เขาไปสู่สุคติเถอะ ไม่จำเป็นต้องมีใครมาฆ่าพวกเราหรอก เพราะภูเขาจะลงมือเองถ้ามีโอกาส
“แล้วไงล่ะ?! ฉันยอมแข็งตายดีกว่าถูกไอ้สัตว์ประหลาดนั่นกิน! ยังไม่รวมถึง… อึก… การกลายเป็นหนึ่งในพวกมันด้วย”
ทาสเจ้าเล่ห์แสร้งทำเป็นกล้าหาญ แต่ไม่มีความมั่นใจในน้ำเสียงเลย เขาเหลือบมองความมืดที่โอบล้อมลานหินและสั่นสะท้านก่อนจะถอยหลังไปก้าวเล็กๆ
ในตอนนี้ ตัวอ่อนตัวที่สามตายสนิทแล้ว และไม่เห็นร่องรอยของทหารหนุ่มคนนั้น เขาคงจะไปสมทบกับการต่อสู้อีกด้านหนึ่งของกองไฟ—ทิ้งให้ทาสทั้งสามอยู่ตามลำพังที่บริเวณริมหน้าผาของลานหิน
นักปราชญ์กระแอมในคอ
“สัตว์ร้ายนั่นอาจจะอิ่มหนำกับคนที่มันฆ่าไปแล้วก็ได้ หรือมันอาจจะถูกพวกจักรวรรดิปราบหรือขับไล่ไป ไม่ว่ายังไง ถ้าพวกเราอยู่ที่นี่ พวกเรายังมีโอกาสรอดชีวิต ถึงจะน้อยนิดก็ตาม แต่ถ้าหนีไป ความตายรออยู่แน่นอน”
“แล้วเราจะทำยังไงกันดี?”