ปีเซียนหยวนที่ห้าสิบเจ็ด ในที่สุดเสียงความสั่นสะเทือนจากเรื่องที่มรรคาจารย์มอบดวงชะตาแห่งเทพเซียนก็เริ่มซาลง กองทัพของเทียนจิ่งก็เริ่มกลับมา เวลานี้เทียนจิ่งไม่มีแผนขยายอาณาเขต แค่อาณาบริเวณระหว่างรัฐจวี้เฉียงและชายแดนทางเหนือของเทียนจิ่ง ก็เพียงพอให้เทียนจิ่งได้ใช้อย่างสบายแล้ว เมื่อมีทรัพยากรเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องขยายอาณาจักรอยู่ตลอดเวลา
องค์รัชทายาทเจียงจื๋ออวี้ก็กลับมาเมืองจิงเฉิงแล้ว และไปเข้าเฝ้าฯ โอรสสวรรค์ ภายในตำหนักเมฆาม่วง เจียงจื๋ออวี้โค้งตัวคำนับและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ทุกคราวที่เข้ามาที่นี่ก็รู้สึกสดชื่นนัก เสด็จพ่อ ตำหนักวิเศษของท่านนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!”
เจียงฉางเซิงลืมตาขึ้นและกล่าวว่า “แน่นอนว่าไม่ธรรมดา แต่เจ้าอย่าได้หมายปองมันเชียว เมื่อเหินฟ้าแล้ว พ่อจะนำตำหนักนี้ไปด้วย”
เจียงจื๋ออวี้ นั่งลงและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ลูกย่อมไม่กล้าหมายปองอยู่แล้ว”
สองพ่อลูกเริ่มพูดคุยกัน เจียงฉางเซิงขอให้เขาเล่าถึงสิ่งที่ประสบพบเจอมาในช่วงนี้ พอเจียงจื๋ออวี้พูดก็มีท่าทีตื่นเต้นขึ้นมาทันใด เห็นชัดว่าในช่วงหลายปีนี้เขามีชีวิตที่ฮึกเหิม มีชีวิตชีวานัก เขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศ อายุห้าสิบห้าปีก็อยู่ในขั้นถ้ำสวรรค์แปดแล้ว บรรลุขั้นได้รวดเร็วเพียงนี้นับว่าแข็งแกร่งกว่าเจียงเทียนมิ่งเสียอีก สมกับฉายาผู้เยี่ยมยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งเทียนจิ่งโดยแท้
นอกจากเจียงฉางเซิงแล้ว เขายังเป็นสายเลือดเซียนเ