ต้องบ่มเพาะคนรุ่นหลังของเจ้าให้ดี”
เจียงจื๋ออวี้เกาศีรษะยิ้ม กล่าวว่า “ลูกยังไม่มีทายาท ไม่รู้ว่าควรจะบ่มเพาะเช่นใด”
“ทุกสิ่งล้วนมีครั้งแรกทั้งสิ้น ไว้เมื่อเจ้าบรรลุถึงขั้นผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดิน ก็จงเตรียมตัวขึ้นครองบัลลังก์เถิด” เจียงฉางเซิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ เจียงจื๋ออวี้ได้ฟังแล้วเลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นมาทีเดียว ใครบ้างไม่อยากเป็นโอรสสวรรค์!
นับตั้งแตเจียงฉางเซิงขึ้นครองราชย์ อายุขัยของโอรสสวรรค์ก็ไม่มีขีดจำกัด อย่างน้อยก็จะไม่สวรรคตเร็วเกินไปอีกต่อไป ด้วยปัจจัยเช่นนี้ทำให้ราชบัลลังก์น่าดึงดูดใจมากขึ้น แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่ามีการกำหนดตัวโอรสสวรรค์องค์ต่อไปเอาไว้แล้ว ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจสั่นคลอนได้
พ่อลูกทั้งสองสนทนากันเป็นเวลานาน เมื่อรู้ว่าเจียงจื๋ออวี้เริ่มคิดค้นวิถียุทธ์ของตนเองขึ้นมา เจียงฉางเซิงก็ปลาบปลื้มใจนัก คล้ายว่าเจียงจื๋ออวี้ในตอนนี้กำลังทับซ้อนกับเจียงจื๋ออวี้ในอดีต ไม่ใช่เรื่องของคุณสมบัติแต่เป็นนิสัยที่ไม่ยอมแพ้
จนเมื่อเจียงจื๋ออวี้กลับไป เจียงฉางเซิงก็เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาของเขามองทะลุผ่านตำหนักเมฆาม่วง ทะลุผ่านชั้นฟ้า และมองเห็นความเป็นไปนอกพิภพ คงคาสวรรค์อันกว้างใหญ่ไพศาลกำลังเข้ามาใกล้โลกยุทธไทฮวง เป็นสัญญาณว่าการต่อสู้เป็นตายระหว่างเขากับท่านเทพไทฮวงกำลังจะมาถึง การต่อสู้เป็นตายครั้งนี้ ไม่อาจพ่ายแพ้ได้!
เจียงฉางเซิงพยากรณ์อยู่เงียบๆ เพื่อหาผู้แข็งแกร่งที่สุดที่