จ้าวซุ่ยฝืนอดทนต่อความรู้สึกไม่สบายใจ ลุกขึ้นจากพื้น เขามองไปยังเจียนจื่อเต้าที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล “ท่านอัครเสนาบดี ข้าได้สังหารพี่ใหญ่ของข้าแล้ว ต่อไปท่านควรจะเปลี่ยนมาสนับสนุนข้าขึ้นครองราชย์ ข้าจะเชื่อฟังท่านยิ่งกว่าพี่ใหญ่อย่างแน่นอน”
ใบหน้าของเจียนจื่อเต้าเปื้อนรอยยิ้ม เขายกมือขึ้นปรบเบา ๆ จากนั้นเขาก็เอ่ยเสียงเบาว่า “ต้องบอกว่าองค์ชายรองเหมาะสมกับการเป็นฮ่องเต้มากกว่าองค์ชายใหญ่จริงๆ ลงมือได้โหดเหี้ยมเด็ดขาดยิ่งนัก”
สีหน้าของจ้าวซุ่ยไม่ค่อยดีนัก เพราะเรื่องเช่นนี้มิใช่เรื่องดีงามแต่อย่างใด หากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป แม้เขาจะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ แต่ก็ต้องแบกรับคำครหามากมาย แต่เรื่องราวเบื้องหลังเหล่านี้ก็ถูกจ้าวซุ่ยสลัดความคิดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ในอีกแง่หนึ่ง หากเรื่องนี้แพร่สะพัดออกไป เขาก็จะได้จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ตราบนานเท่านาน ทันใดนั้นจ้าวซุ่ยก็ถามว่า “ดังนั้น ท่านอัครเสนาบดี ต่อจากนี้ท่านเตรียมจะผลักดันข้าขึ้นครองราชย์อย่างไรหรือ?”
เจียนจื่อเต้าทำหน้างุนงง “ข้าเคยบอกว่าจะผลักดันท่านขึ้นครองราชย์ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของจ้าวซุ่ยก็เปลี่ยนไปในทันที “เมื่อวานเราตกลงกันไว้แล้วมิใช่หรือ”
เจียนจื่อเต้าส่ายหน้า “ข้าเป็นขุนนางผู้พิทักษ์แผ่นดินที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้งเอง เป็นขุนนางผู้จงรักภักดีต่อแผ่นดิน จะไปร่วมมือกับพวกกบฏเช่นท่านได้อย่างไร”
“อีกอย่าง ท่านเป