ทว่าขุนนางที่กำลังถวายฎีกาไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของหลี่เต้าและเจียนจื่อเต้า เขาจึงพูดต่อไปว่า “แต่ก่อนฝ่าบาทเคยตรัสไว้ว่า หลังจากกำหนดรัชทายาทแล้ว บุตรีตระกูลเถี่ยต้องอภิเษกสมรสด้วย บัดนี้ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว ตระกูลเถี่ยก็ควรปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีกับราชวงศ์แล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หยางหลินที่ยืนอยู่ด้านหลังหลี่เต้าก็เงยหน้ามองไปยังหลี่เต้า หลี่เต้ามีสีหน้าสงบนิ่ง เขาเงยหน้ามองไปยังจ้าวเหนียนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรอย่างเงียบ ๆ หยางหลินสูดลมหายใจลึก ตัดสินใจจะก้าวออกไป
แต่ยังไม่ทันได้ยกเท้า ทันใดนั้นก็มีคนผู้หนึ่งก้าวออกไปก่อนเขา
“ไม่เหมาะสม”
เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดที่ก้าวออกไป ทั้งหลี่เต้าและหยางหลินก็ต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจ คนที่ก้าวออกไปไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอัครเสนาบดีเจียนจื่อเต้า
“ไม่เหมาะสม? ไม่เหมาะสมตรงไหน?” ขุนนางที่ถวายฎีกาเพิ่งพูดจบ สีหน้าก็แข็งค้างไปในทันที เขาไม่คิดว่าคนที่คัดค้านจะเป็นอัครเสนาบดี จึงรีบก้มหน้าลง
เจียนจื่อเต้ามีสีหน้าสงบนิ่ง เขาประสานมือกล่าวว่า “ขณะนี้ฝ่าบาททรงพระประชวร เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ เรื่องเช่นนี้ควรรอไปพิจารณาในภายหลัง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ขุนนางทั้งหลายก็รู้ในใจว่าเรื่องนี้คงไม่สำเร็จแล้ว
“ท่านอัครเสนาบดีกล่าวเช่นนี้ไม่ถูกต้อง!” เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ทุกคนต่างหันไปมองขุนนางผู้ถวายฎีกาผู้นั้น เจียนจื่อเต้าเองก็เหลือบมองไปทางขุนนา