ด้เพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ อีกฝ่ายมีพลังแข็งแกร่งกว่าเขา กล่าวคือพลังของอู่อันกงผู้นี้ก็อยู่ในระดับเทพมนุษย์เป็นอย่างน้อย สิ่งนี้ยิ่งทำให้ไป๋อวิ๋นเปียนรู้สึกว่าไม่ธรรมดาเลย ใครจะคิดว่าอู่อันกงที่แสดงออกภายนอกว่ามีวรยุทธเพียงระดับมหาราชาปรมาจารย์ แต่แท้จริงแล้วเขากลับมีพลังในระดับเทพมนุษย์ เมื่อรวมกับกลิ่นอายสังหารอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ไป๋อวิ๋นเปียนก็รู้สึกว่าแม้จะให้ตัวเขามาสองคนก็คงไม่อาจสู้อีกฝ่ายได้ ท้ายที่สุดแล้วเทพมนุษย์อย่างเขาที่บำเพ็ญอยู่แต่ในที่เร้นลับ ย่อมสู้เทพมนุษย์ที่ผ่านการต่อสู้ฆ่าฟันมาตลอดทางไม่ได้
เมื่อหลี่เต้าปฏิเสธ ไป๋อวิ๋นเปียนก็ไม่กล้าอยู่นานไปมากกว่านี้ แน่นอนว่าสาเหตุสำคัญกว่านั้นคือการอยู่ข้างกายหลี่เต้าทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยเลย
ที่หน้าจวนอู่อันกง “ท่านอู่อันกง ส่งแค่ตรงนี้ก็พอแล้ว” หลี่เต้าเดินส่งไป๋อวิ๋นเปียนมาจนถึงหน้าจวน “เช่นนั้นท่านนักพรตไป๋เดินทางปลอดภัย”
“ลาก่อน” เมื่อพูดจบไป๋อวิ๋นเปียนก็ก้าวเท้าจากไปทันที หนึ่งก้าวไกลถึงร้อยจั้ง เพียงสามก้าวก็หายลับไปจากสายตา
“พี่ชาย ยืนทำอะไรอยู่ตรงนี้หรือ?” ในตอนนั้นเองจิ่วเอ๋อร์ได้พาหลี่ชิงเอ๋อร์และคนอื่น ๆ เดินกลับมาพร้อมกันที่บันได หลี่เต้าเองก็ไม่ได้ปิดบัง เขาเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง
“นักพรตไป๋? หัวหน้าโหรหลวง?” ทันใดนั้นหลี่ชิงเอ๋อร์ก็เงยหน้าขึ้นกล่าว “พี่ชาย สำหรับผู้ที่มีวิชาทำนายเช่นนี้ พวก