เถี่ยซานเหนียงสามารถถ่ายทอดให้ท่านอาจารย์ได้”
ในขณะนั้นทั้งสองคนรู้สึกว่าตนเองกำลังปรึกษาหารือเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากในเวลาเดียวกัน
ไม่ไกลจากที่หลี่เตาและคณะอยู่ มีขบวนหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขา
ขบวนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นถังซิน ทักษิณราชันแห่งสำนักปราบสวรรค์ ผู้ที่ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปที่เขตตงเจียงและแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวออกมา
บนรถม้าเปิดโล่ง ถังซินกำลังเอนนอนอย่างสบายๆ โดยโอบกอดหญิงงามสองนางเอาไว้
“เจ้าสารเลวนั่นในที่สุดก็ทำเรื่องดีๆ ได้สักเรื่อง” ว่าแล้วเขาก็หยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอก
เนื้อหาในจดหมายฉบับนั้นเขียนถึงหลี่ฮุย น้องชายต่างบิดามารดาของเขา
เนื้อหาไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่เป็นจดหมายที่ผู้นำระดับสูงของสำนักปราบสวรรค์เชิญหลี่ฮุยไปยังเขาเป่ยหมางเมื่อไม่นานนี้
แต่เนื่องจากหลี่ฮุยเสียชีวิตแล้ว และถังซินก็บังเอิญอยู่ในเขตตงเจียงพอดี จดหมายฉบับนี้จึงตกมาอยู่ในมือของถังซิน
เมื่อเห็นสีหน้าภาคภูมิใจของนายท่าน ตนผู้ช่วยที่ติดตามอยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากขึ้นว่า “ท่านราชัน นี่เป็นจดหมายจากรองประมุขส่งถึงบูรพาราชัน พวกเราไปแทนบูรพาราชันเช่นนี้คงไม่เหมาะกระมัง ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถังซินจึงถลึงตาใส่พลางพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “มีอะไรไม่เหมาะกัน”
“หลี่ฮุยเป็นญาติสนิทและพี่น้องร่วมสาบานของข้า”
“เขาตายแล้ว เรื่องของเขาก็คือเรื่องของข้า”
“การที่เบื้องบนส่งคนมาแจ้งให้เขาไปยังเขาเป่ยหม