งฟ้าคำรามได้ดังขึ้นจนฟ้าดินสะเทือนไหว ราวกับว่าพริบตานั้นสวรรค์กำลังพิโรธ
ง้าวมังกรทมิฬก็ดูเหมือนจะรับรู้ถึงบางสิ่งจู่ ๆ มันก็ร่วงลงมาจากท้องฟ้าแล้วกลับไปอยู่ในมือของหลีเตา
“เอ่อ…”
หลีเตากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังเมฆดำบนท้องฟ้า
เมื่อครู่นี้ตอนที่เขากำง้าวมังกรทมิฬเอาไว้ในมือเขาก็สัมผัสได้ว่าตนเองถูกพลังลึกลับบางอย่างเล็งเป้าหมายเอาไว้ และต้นกำเนิดของพลังนั้นก็ไม่ใช่ที่อื่นแต่มาจากส่วนลึกของกลุ่มเมฆดำนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นกระแสพลังนี้ช่างคุ้นเคยอย่างยิ่ง ราวกับว่าเขาเคยเผชิญกับมันมาก่อน
ไม่นานนักหลีเตาก็นึกออกว่าความคุ้นเคยนี้มาจากที่ใด
ตอนที่เขาต่อสู้กับอวินอองที่ดินแดนทางใต้ครั้งนั้นเมื่อทัณฑ์สวรรค์โจมตีอวินออง กระแสพลังในตอนนั้นกับตอนนี้แม้จะไม่ได้เหมือนกันทุกประการแต่ก็มีความคล้ายกันราวกับเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด
เมื่อเข้าใจสถานการณ์คร่าว ๆ แล้วหลีเตาก็มองง้าวในมือพลางกล่าวอย่างหงุดหงิด “เจ้าก่อเรื่องเองแต่กลับต้องให้ข้ามารับเคราะห์แทน”
ง้าวมังกรทมิฬราวกับได้ยินเสียงของหลีเตามันจึงสั่นไหวตอบรับ หลีเตามองเมฆดำที่ม้วนตลบบนท้องฟ้าแล้วกล่าวว่า
“ช่างเถอะใครใช้ให้ข้าเป็นเจ้านายของเจ้าเล่า”
เนื่องจากง้าวมังกรทมิฬมีพลังทัณฑ์สวรรค์อยู่ในตัว หลีเตาจึงคุ้นเคยกับพลังทัณฑ์สวรรค์เป็นอย่างดี
ในยามนี้เขาสัมผัสได้ถึงพลังทัณฑ์สวรรค์อันมหาศ