้เลย ด้วยเหตุนี้ ขุนนางกว่าห้าสิบคนจึงถูกพาลงมาจากแท่นบูชาอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น ไกเซียนจงก็ลืมตาขึ้น สายตาเขาจับจ้องไปยังขุนนางบนแท่นบูชาก่อนจะเอ่ยพึมพำว่า “มาแล้ว!”
เมื่อเขากล่าวจบ ทั้งแท่นบูชาก็เริ่มสั่นสะเทือน ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังพลิกตัวอยู่ใต้แท่นบูชา หลังจากสั่นสะเทือนอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามดังกึกก้องขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพ จากนั้นแท่นบูชาก็เริ่มเปล่งแสงสว่าง โดยเฉพาะเสาหินทั้งสี่ต้นที่มันส่องแสงสว่างเจิดจ้าที่สุด แสงสว่างเหล่านี้ดูเหมือนจะส่งผ่านไปตามโซ่ที่เชื่อมต่อไปยังแท่นบูชา สุดท้ายกลุ่มแสงสายนั้นก็แทรกซึมกลับเข้าไปในแท่นบูชาอีกครั้ง จากนั้นร่องอักขระบนแท่นสังเวยก็เริ่มเรืองแสง
เมื่อแสงสว่างเหล่านั้นพุ่งถึงขีดสุด ทันใดนั้นใบไม้ใบหนึ่งที่อยู่ตรงมุมแท่นบูชาก็ขยับเล็กน้อย จากนั้นกระแสพลังสีขาวนวลพลานุภาพมหาศาลก็พวยพุ่งขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพ ทะยานตามแสงเหล่านั้นสู่ฟากฟ้า แต่สุดท้ายก็ถูกเมฆดำบนท้องฟ้าขวางเอาไว้
เมื่อกระแสพลังสีขาวนวลคล้ายหมอกปรากฏขึ้น เหล่าผู้นำระดับสูงของสำนักปราบสวรรค์รวมถึงไกเซียนจงเองต่างเผยสีหน้าตื่นเต้นออกมา
“ประมุขสำนัก พวกเราประสบความสำเร็จแล้ว”
ไกเซียนจงพยักหน้า “สำเร็จแล้วก็รีบดูดซับเถิด”
ทุกคนพยักหน้าและเริ่มลงมือทันที จากนั้นกระแสสีขาวเหล่านี้ก็เริ่มรวมตัวกันโดยมีพวกเขาเป็นศูนย์กลาง แท่นบูชาราวกับกลายเป็นม่านหมอก กระแสพลังปะทุขึ้นอย่าง