่ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสี่เท่านั้น อีกทั้งยังติดอยู่ที่ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสี่มาครึ่งปีแล้ว แต่เมื่อครู่นี้เพียงแค่ดูดซับพลังวิเศษที่อยู่ในรูปม่านหมอกสีขาวจางๆ สองครั้งเท่านั้น เขาก็พบว่าขีดจำกัดของตนเริ่มคลายตัวแล้ว หลังจากนั้น จ้าวหยงจึงลองดูดซับพลังวิเศษอย่างแรงอีกหลายครั้ง
ปัง!
ทันใดนั้น ในร่างของเขาก็มีเสียงลึกลับดังกึกก้องขึ้น… เขาทะลวงขั้นแล้ว! กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสามแล้ว!
ทันใดนั้น เขาก็พลันหันกลับไปมองจ้าวคัง ในขณะที่จ้าวคังเองก็กำลังมองจ้าวหยงอยู่เช่นกัน สุดท้ายทั้งสองคนก็หันไปมองกลุ่มคนที่นั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางหมอกขาวหนาทึบ พวกเขากำลังดูดซับพลังอย่างบ้าคลั่ง
“คนพวกนี้เป็นใครกันแน่ และทำไมพลังสวรรค์และพิภพถึงได้เข้มข้นถึงเพียงนี้” จ้าวคังอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง
จ้าวหยงไม่ได้พูดอะไร แต่เขารู้ว่าหากเรื่องนี้รั่วไหลออกไปแล้ว มันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน แม้แต่คนไร้ค่าอย่างเขายังสามารถทะลวงขั้นวรยุทธ์ได้อย่างง่ายดายในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ แล้วถ้าเป็นพวกอัจฉริยะทั้งหลายล่ะ? หรือแม้แต่พวกที่ติดคอขวดมานานหลายปีล่ะ?
ตอนแรกพวกเขายังคิดว่าทั้งโจวเกิดความวุ่นวายเพราะสำนักปราบสวรรค์ต้องการขบถจริงๆ แต่เมื่อมองดูตอนนี้ สิ่งที่พวกเขาต้องการนั้นน่าตกใจยิ่งกว่าการขบถเสียอีก
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ไม่นานนักหมอกสีขาวจางหรือก็คือพลังสวรรค์และพิภพในรูปแบบหมอกที่ล้อมรอ