องท่านเทพีศักดิ์สิทธิ์ แต่หากสามารถช่วยเหลือนางในยามที่วิชายังไม่ฟื้นคืนได้ ย่อมเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการก้าวหน้าของเขาในสำนัก
“แต่มันยังไม่เพียงพอ”
“ไม่เพียงพอ?”
“ข้าจะไปตามหารองประมุขสำนัก เจ้าจงอยู่ในเขตตงเจียงต่อไปเถิด”
หลิวฮุยยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หลีชิงเอ๋อร์ก็ก้าวเดินมาแล้ว เขาจึงรีบลุกขึ้นหลีกทางให้
ไม่นานหลังจากนั้น ที่ประตูเมืองอีกด้านหนึ่งของเขตตงเจียง หลิวฮุยได้นำบรรดาผู้ติดตามมาส่งหลีชิงเอ๋อร์และคณะถึงที่นี่
“ไปเถอะ” หลีชิงเอ๋อร์ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น นางทิ้งไว้เพียงประโยคเรียบๆ แล้วก็พาพวกไฉอีขี่ม้าหายลับไปจากสายตาของหลิวฮุยและคณะ
เมื่อมองดูเงาร่างของหลีชิงเอ๋อร์ที่ค่อยๆ หายลับไป หลิวฮุยก็อดถอนหายใจไม่ได้ เขาพึมพำกับตัวเองว่า “ด้วยกำลังของพวกเราฝ่ายบูรพาแล้ว จะปกป้องท่านเทพีศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ได้อย่างไร ท่านดูแคลนข้าเกินไปแล้ว”
แน่นอนว่าเขาก็แค่พูดไปเท่านั้น เขาไม่มีความกล้าพอที่จะทำอะไรมากไปกว่านี้
“ช่างเถอะ” หลิวฮุยโบกมือแล้วหันไปพูดกับบรรดาลูกน้องรอบข้างว่า “ไปเอาเงินมาให้ข้าหน่อย ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะโชคร้ายไปตลอด”
“ขอรับ”
อีกด้านหนึ่ง หลังจากออกจากเขตตงเจียงแล้ว หลีชิงเอ๋อร์ก็ตามความรู้สึกมาถึงป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งห่างจากเขตตงเจียงไปยี่สิบลี้ ไม่นานนักนางก็เห็นร่างคุ้นเคยหลายคน
“พี่ชาย!” หลีชิงเอ๋อร์ลงจากม้าแล้วร้องเรียกทักทาย ก่อนจะวิ่งตรงไปกอดแขนของหลีเ