้ก็พอ”
“ขอรับ”
ดังนั้น หลิวฮุยจึงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น แล้วเริ่มเล่าเรื่องที่เขารู้ออกมา
หลีชิงเอ๋อร์ไม่ได้สนใจท่าทางของเขา นางเพียงนั่งบนเก้าอี้เงียบๆ หรี่ตาฟังอย่างสงบ ในตอนแรกหลิวฮุยได้พูดถึงเรื่องไม่สำคัญต่างๆ หลีชิงเอ๋อร์เองก็ไม่ได้รีบร้อน เพราะสุดท้ายหลิวฮุยก็ได้ยืนยันตัวตนของนางเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่นางควรรู้นางก็จะได้รู้ในที่สุด
หลังจากพูดคุยกันเป็นเวลาหนึ่งก้านธูป ทันใดนั้นหลิวฮุยก็เริ่มกล่าวว่า “ผู้น้อยได้รับคำสั่งจากรองประมุขสำนัก ให้ส่งคนไปปลุกระดมฝูงชนบุกโจมตีเมืองหลงสุ่ย เดิมทีผู้น้อยคิดว่าจุดประสงค์คือการจับกุมขุนนางผู้ตรวจการที่ทางราชสำนักส่งลงมา”
“แต่ไม่คาดคิดว่าเป็นองค์ชายทั้งสองของราชวงศ์ต้าเฉียน”
“หลังจากผู้น้อยรายงานข่าวนี้ขึ้นไป รองประมุขสำนักก็สั่งให้ผู้น้อยส่งองค์ชายทั้งสอง พร้อมกับเหล่าขุนนางที่จับตัวไว้ก่อนหน้านี้ทั้งหมดออกไป”
มีข่าวแล้ว!
หลีชิงเอ๋อร์ข่มความตื่นเต้นในใจเอาไว้ แล้วเงยดวงตาขึ้นกล่าวว่า “หืม? พวกเจ้าถึงกับจับองค์ชายได้ถึงสององค์เชียวหรือ?”
หลิวฮุยหัวเราะเบาๆ “โชคดีขอรับ โชคดี”
หลีชิงเอ๋อร์กล่าวว่า “พวกเจ้ากล้าถึงเพียงนี้ ไม่กลัวว่าราชวงศ์ต้าเฉียนจะตอบโต้กลับอย่างหนักหรือ?”
หลิวฮุยกล่าวว่า “เทพีศักดิ์สิทธิ์ หากมีเพียงสำนักปราบสวรรค์ของพวกเรา ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะกล้าล่วงเกินราชวงศ์ต้าเฉียนเช่นนี้”
“แต่ครั้งนี้ พวกเรามีชาวเมืองทั่งโจวทั้งห