งหลีเต้า’ นางจึงไม่กล้าเผชิญหน้ากับสหายรักของตน มีแม้กระทั่งรู้สึกเคียดแค้นนางอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ให้นางพบว่าพี่ชายของนางไม่ได้ตาย และปัญหาในตอนนั้นก็เป็นความผิดของพี่ชายนางจริงๆ ความเคียดแค้นเล็กน้อยนั้นจึงหายไปแล้ว แทนที่ด้วยความรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลีเต้าพลันตกตะลึงไปชั่วขณะ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งก็พูดว่า “ค่อยๆ ดูไปทีละก้าวเถอะ”
“พี่ชาย ถ้าสุดท้ายไม่ไหวจริงๆ พี่ก็แต่งงานกับหมิงเยว่เถอะนะ” หลีชิงเอ๋อร์กล่าวว่า “ด้วยพลังของพี่ชายในตอนนี้ พี่สมควรได้ครองคู่กับนางอย่างยิ่ง”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทั้งจิ่วเอ๋อร์และอีกสองคนที่นั่งเงียบอยู่ข้างกองไฟก็เงยหน้าขึ้นมามองทันที
หลีชิงเอ๋อร์สังเกตเห็นสายตาของทั้งสามคนและคาดเดาได้ถึงบางอย่าง นางหัวเราะเบาๆ พลางกล่าวว่า “หากพี่สาวทั้งสามไม่รังเกียจ ก็สามารถเป็นพี่สะใภ้ของชิงเอ๋อร์ได้นะเจ้าคะ”
ทันใดนั้น สายตาของทั้งสามคนก็เปลี่ยนไป จิ่วเอ๋อร์ใบหน้าแดงก่ำดูเขินอายยิ่งนัก หลิวซิ่วเอ๋อร์แววตาเริ่มแรกเต็มไปด้วยความเขินอายแต่หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นหม่นหมอง ส่วนเหมียวซินกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้ามากนัก แต่หากมองอย่างละเอียดจะพบว่าดวงตาของนางดูเหม่อลอยในยามนี้
“เจ้าเด็กคนนี้…” เมื่อเห็นน้องสาวแกล้งตนเองแล้วยังจะไปแกล้งคนอื่นอีก หลีเต้าจึงเคาะศีรษะนางอีกครั้งอย่างหงุดหงิด
“เรื่องของข้าเจ้าไม่ต้องมา ยุ่ง ตอนนี้เจ้าเลาสถานการณ์ข