ชุดนักบวชที่ต้องการยึดครองร่างของนางยิ่งตกตะลึงกว่า
ถ้าพูดว่าหลีเต้าสามารถปราบนางได้ด้วยร่างเนื้อ นางยังพอทำใจยอมรับได้ เพราะนั้นไม่ใช่ขอบเขตที่นางถนัด แต่การที่อีกฝ่ายยังมีพลังด้านจิตวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวด้วยนี้ ทำให้นางยอมรับไม่ได้
เมื่อมองดูร่างยักษ์นั้น ตอนนี้หญิงในชุดนักบวชก็ไม่มีความมั่นใจเหมือนกับตอนแรกเลย อารมณ์ของนางเริ่มหนักอึ้ง แตแตนางก็ยังไม่ได้สิ้นหวังโดยสมบูรณ์ แม้ว่าร่างจิตวิญญาณของอีกฝ่ายจะทำให้นางรู้สึกตกตะลึงก็ตาม ทว่าการต่อสู้ระหว่างร่างจิตวิญญาณ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การบั่นทอนซึ่งกันและกันเท่านั้น
หลีเต้าควบคุมร่างจิตวิญญาณขนาดมหึมา แล้วย้ายวิญญาณของหลีชิงเอ๋อร์ไปยังจุดกลางหว่างคิ้วในภาพลวงตาของเขา ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้แผพลังส่วนหนึ่งออกไปพยายามค้นหาร่องรอยของหญิงในชุดนักบวช
พื้นที่จิตวิญญาณไม่ได้กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต มันถูกกำหนดโดยความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณผู้เป็นเจ้าของ ด้วยร่างจิตวิญญาณของหลีเต้าในตอนนี้ การจะสำรวจพื้นที่จิตวิญญาณแห่งนี้ให้ทั่ว ก็คงไม่ได้ใช้เวลานานนัก
ทันใดนั้น หมอกสีเทาที่อยู่รอบตัวเขาก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เห็นได้ชัดว่าในพื้นที่จิตวิญญาณพลันเกิดรอยแยกขึ้นมามากมาย จากนั้นแสงสีทองอ่อนก็ลอดออกมาจากรอยแยกเหล่านั้น สุดท้ายแสงสีทองเหล่านี้ก็กลายเป็นอักขระสีทองคล้ายคาถาล้อมรอบร่างจิตวิญญาณของเขาเอาไว้
เมื่อหลีชิงเอ๋อร์มองดูอักขระเหล่านี้แล้ว สีหน้านาง