พนี้ก็ทำให้หญิงในชุดนักบวชที่ซ่อนตัวอยู่ต้องตกตะลึง
เมื่อได้สติกลับมา นางก็กัดฟันกรอดด้วยความโกรธ นางเข้าใจแล้วว่าร่างจิตวิญญาณขนาดมหึมานี้ไม่ใช่ขีดจำกัดของอีกฝ่าย จึงมีพลังเหลือพอที่จะซ่อมแซมร่างจิตวิญญาณได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องสู้ต่อไป อีกฝ่ายอยู่ในที่แจ้ง ส่วนนางอยู่ในที่ลับ และความสามารถของนางล้วนมีเป้าหมายเฉพาะต่อจิตวิญญาณ นางไม่เชื่อว่าพลังจิตวิญญาณของอีกฝ่ายจะไม่มีขีดจำกัด
ดังนั้น ไม่นานต่อมาสิ่งที่คล้ายเปลวไฟบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในห้วงจิตวิญญาณ
หลีชิงเอ๋อร์เอ่ยขึ้น “แย่แล้ว! นี่คือเพลิงผลาญวิญญาณ มันจะเผาไหม้จิตวิญญาณโดยเฉพาะ หากถูกเผาติดแล้ว ตราบใดที่จิตวิญญาณยังไม่สิ้น เพลิงวิญญาณก็จะไม่ดับ”
เมื่อเผชิญกับเปลวไฟที่ติดอยู่บนร่างจิตวิญญาณ หลีเต้าก็ตัดมันออกทันที ติดตรงไหนก็ตัดตรงนั้น หลังจากนั้น ห้วงจิตวิญญาณก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง มันปรากฏหอกเหล็กที่แผ่รัศมีดำทมิฬออกมา
หลีชิงเอ๋อร์กล่าวว่า “เข็มตรึงวิญญาณ! เป็นวิชาอาคมที่โหดร้ายนัก หากถูกเข็มตรึงวิญญาณแทงเข้าไปแล้ว จะเจ็บปวดจนแทบอยากตาย ในกรณีร้ายแรงวิญญาณอาจจะสลายและดวงจิตสิ้นสูญ”
เมื่อเข็มตรึงวิญญาณนับร้อยเล่มแทงเข้าไปในร่างจิตวิญญาณของหลีเต้า เขาก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของหลีชิงเอ๋อร์ เขายกมือของร่างจิตวิญญาณขึ้นแล้วลูบไปที่บริเวณที่ถูกปักด้วยเข็มวิญญาณมากที่สุด ราวกับกำลังเกาเพื่