อาวุโสสวีมองภาพนี้ด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ท่านเต้าจวิน… ถึงกับเสียเปรียบแล้ว”
อสนีบาตสวรรค์นั้นฟาดมาและหายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากได้ปลดปล่อยสายฟ้าฟาดที่ดัดแปลงมาจากพลังฟ้าผ่าที่เพิ่งดูดซับเข้าไปในง้าวมังกรทมิฬ หลีเต้าก็เหลือบมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เมื่อแสงสายฟ้าสลายไป ร่างของหญิงในชุดนักบวชก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
นางยังคงอยู่ในชุดนักบวชเหมือนเดิม ไม่มีฝุ่นผงเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ราวกับว่าคนที่ถูกสายฟ้าฟาดโจมตีเมื่อครู่นี้ไม่ใช่นาง
แต่หลีเต้าสังเกตเห็นได้อย่างว่องไวว่า พลังลมปราณบนร่างของอีกฝ่ายเริ่มไม่เสถียร นางคงได้จ่ายราคาบางอย่างไปแล้ว
“แค็ก แค็ก…” หญิงในชุดนักบวชเปล่งเสียงไอเบาๆ ดวงตาเย็นชาของนางวาบด้วยประกายสังหาร ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยเสียงแผ่วเบาออกมา “หากไม่ทำลายร่างเจ้า ความอัปยศนี้ก็ยากที่จะล้างได้”
พร้อมกับเสียงพูดนี้ที่ดังขึ้น เมฆดำบนท้องฟ้าก็ม้วนตัวเคลื่อนไหว ลมพัดกระโชกรอบด้าน ในชั่วขณะนั้นหลีเต้าพลันรู้สึกถึงการปฏิเสธจากฟ้าดิน ราวกับว่าฟ้าและดินกำลังกดทับลงมา เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงในชุดนักบวช แล้วฟาดง้ามังกรทมิฬลงบนความว่างเปล่า ในชั่วขณะถัดมาฟ้าดินพลันสั่นสะเทือน ความว่างเปล่าสั่นไหว