้าและคนอื่นๆ
หยางเหยียนหันกลับไปมองผู้ลี้ภัยที่กำลังค้อมตัวคำนับพวกเขาแล้วกล่าวว่า “หัวหน้า พวกเราจากไปเลยเช่นนี้จะไม่เกิดปัญหาใช่หรือไม่ พวกเขาจะไม่ก่อความวุ่นวายขึ้นมาอีกใช่ไหม”
หลีเต้านั่งอยู่บนรถม้าแล้วตอบอย่างใจเย็นว่า “ถ้าเป็นพวกที่ก่อจลาจลโดยไม่มีการนำก็อาจจะก่อความวุ่นวายได้ แต่ถ้าเป็นพวกเขาคงจะไม่เป็นเช่นนั้น”
พูดง่ายๆ คนที่ไวใจไม่ได้ได้หนีไปตั้งแต่ตอนที่มีการจลาจลแล้ว คนที่เหลืออยู่ล้วนเป็นคนที่ไว้ใจได้ ถ้าคนพวกนี้จะก่อความวุ่นวายก็คงทำไปนานแล้ว
ในเวลาเดียวกัน ณ วัดเต๋าแห่งหนึ่งในทั่งโจว บุรุษในชุดนักพรตนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อกก ใบหน้าของเขาดูไร้ชีวิตชีวา
นักพรตผู้นี้เป็นชายวัยกลางคน สวมกวานผมบนศีรษะและไว้หนวดเคราทรงเลขแปด [1]
ไม่ไกลจากตัวเขามีแท่นบูชาอยู่แท่นหนึ่ง แต่บนแท่นบูชานั้นไม่ได้มีรูปปั้นเทพเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ วางอยู่ แต่กลับมีตุ๊กตาดินเหนียวหลากหลายรูปแบบวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
และใต้ตุ๊กตาดินเหนียวของแต่ละตัวยังมีแผ่นป้ายไม้ที่สลักชื่อเอาไว้
ขณะที่นักพรตกำลังหลับตานั่งสมาธิอยู่นั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงเคลื่อนไหวดังมาจากแท่นบูชา
ทันใดนั้น นักพรตก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่แท่นบูชาทันที แล้วก็เห็นตุ๊กตาดินเหนียวตัวหนึ่งบนแท่นบูชาเริ่มสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง
แกรก!
หลังจากสั่นไหวอย่างรุนแรง ในที่สุดตุ๊กตาดินเหนียวก็ปริแตกออก ตามมาด้วยควันสีเขียวที่ลอยออกมาจากเศษตุ๊กตา