ะพังทลายและห่างเหินกันไป เมื่อเห็นหยางหลินยอมรับการเปลี่ยนแปลงตัวตนของเขาได้อย่างปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดต่อไปอีก
หลังหยางหลินฟื้นคืนจากอารมณ์ความรู้สึกของการได้พบกันอีกครั้งแล้ว สายตาก็จ้องมองตรงไปที่หลี่เต้า
“เจ้าเด็กคนนี้ ข้ายังคิดไม่ออกว่าพวกเจ้าจะเป็นคนเดียวกันได้อย่างไร”
หลี่เต้ายิ้มบางพลางกล่าวว่า “ท่านผู้อาวุโสหยาง คนเรามักจะเปลี่ยนแปลงไปเสมอไม่ใช่หรือ”
“แต่เจ้าเปลี่ยนมากเกินไปแล้ว ราวกับเป็นคนละคนเลยทีเดียว”
“มรสุมหนักเกินไป ไม่เปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หยางหลินก็นึกถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับหลี่เต้าในอดีตทันที
“เจ้าหนีออกมาได้อย่างไร?”
“หนี?” หลี่เต้าส่ายหน้า ในเมื่อเปิดเผยตัวตนไปแล้ว บางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องปิดบัง เขาเล่าเรื่องที่สังหารทุกคนเพื่อหนีออกมาจากค่ายนักโทษประหารให้ฟัง
หลังจากฟังจบ แม้แต่หยางหลินผู้ผ่านพบพายุร้ายมานับไม่ถ้วนก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอย่างผิดปกติ
“เดี๋ยวก่อน แล้ววรยุทธ์ของเจ้าเล่า? เจ้าไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้มิใช่หรือ?”
“ถูกต้อง ข้าฝึกวรยุทธ์ไม่ได้”
“แล้วพลังของเจ้าล่ะ?”
“ตอนอยู่ในค่ายนักโทษประหาร ได้มีพลังลึกลับปรากฏขึ้นในร่างกายข้า มันปรับเปลี่ยนร่างกายของข้า และยิ่งต่อสู้กับผู้คนมากเท่าไร พลังนั้นก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ข้าจึงสังหารทุกคนที่ขวางทางมาได้เช่นนี้”
เรื่องของระบบนั้นแน่นอนว่าไม่สามารถพูดออกไปได้ พูดไปคนพวกนี้ก็ไม่เข้าใจอยู