นใหญ่ในแวดวงขุนนาง
ที่ยังมีคนเหลืออยู่บ้าง ก็คาดว่าในนั้นคงมีคนขององค์ชายสามและองค์ชายสี่ด้วย
หลังจากคนที่ควรไปได้ไปหมดแล้ว หลีเต้าก็มองไปที่องค์ชายสามและองค์ชายสี่ก่อนจะเอ่ยว่า
“องค์ชายทั้งสอง งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มแล้ว เชิญเข้าไปรับประทานอาหารสักหน่อยเถิด”
จาวคังส่ายหน้า “ข้าจะไม่มาร่วมงานเลี้ยงแล้ว”
จาวหยงก็รีบพูดตามว่า “ข้าเองก็มีธุระต้องกลับไปจัดการเช่นกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลีเต้าจึงครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วก็เข้าใจความหมายของทั้งสอง
เขาปฏิเสธทั้งสองคนไปแล้ว หากพวกเขายังคงอยู่ต่อ ก็อาจทำให้ผู้คนสงสัยว่ามีการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างสองตระกูล
ทั้งสองคนเป็นฝ่ายที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาองค์ชายทั้งหลาย
หากถูกฝ่ายองค์ชายใหญ่ องค์ชายรอง และองค์ชายห้าคอยจับผิด พวกเขาทั้งสองคงจะต้องลำบากเป็นแน่
“ถ้าเช่นนั้นก็ได้ โอกาสหน้าข้าจะเชิญพวกท่านมาร่วมงานเลี้ยงใหม่อีกครั้ง”
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เข้าไปบอกลาเถียซานเหนียง
และเมื่ออยู่ต่อหน้าเถียซานเหนียง พวกเขาก็เปลี่ยนเป็นประจบประแจงโดยไม่รู้ตัว
สุดท้ายทั้งสองคนก็มองไปยังเถียซานเหนียงที่อยู่ข้างหลีเต้า ด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์อย่างยิ่งก่อนจะขึ้นรถม้าจากไป
อาจเป็นเพราะการสนทนาของทั้งสองฝ่าย แม้จะไม่ประสบความสำเร็จแต่ก็ถือว่าราบรื่น
คนขององค์ชายสามและองค์ชายสี่จึงไม่ได้จากไป และอยู่ร่วมงานเลี้ยงที่จัดขึ้นต่อ
หลังมองดูรถม้าของทั้งสองคนที่แข่งกันวิ่งจนหายลับไปท