หลังจากที่ร่างของเสวี่ยปิงถูกองครักษ์ระดับปรมาจารย์จับแขนทั้งสองข้างเอาไว้ เสียงเย็นชาก็ดังขึ้นข้างหูของเขา
“เจ้าทำให้องค์ชายเสื่อมเสียเกียรติ วันนี้ข้าจะทำลายแขนทั้งสองข้างของเจ้า”
ทันใดนั้นสีหน้าของเสวี่ยปิงพลันเปลี่ยนไปทันที เขาพยายามดิ้นรนสุดกำลังเพื่อที่จะให้หลุดพ้น แต่ระดับเซียนเทียนมีความแตกต่างกับระดับปรมาจารย์อย่างมาก ในขณะที่เสวี่ยปิงกำลังจะได้รับความทุกข์ทรมานอยู่นั้น จู่ๆ องครักษ์ผู้นั้นก็หยุดมือลง เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองไปที่ประตูบนบันไดอย่างรวดเร็ว
จากนั้นจึงเห็นว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่มีกลุ่มคนปรากฏกายขึ้นที่นอกจวนอู่อันกง ไม่นานนักผู้คนมากมายก็สังเกตเห็นเช่นกัน บรรดาผู้คนที่จำคนกลุ่มนั้นได้ต่างเผยสีหน้าอยากดูความสนุกในทันที เพราะผู้มาเยือนไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นหลี่เต้าและคณะนั่นเอง
จ้าวเซียวมององครักษ์ของตนด้วยสีหน้าขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า
“เหตุใดเจ้าจึงยังไม่ลงมือ?”
องครักษ์ไม่สนใจนายของตน เขาทําเพียงแค้จ้องมองหลี่เต้าที่อยู่บนบันไดด้วยดวงตาคู่นั้นอย่างแน่วแน่ ทั้งร่างสั่นเทาโดยไม่อาจควบคุมได้
“ปล่อยคน”
หลี่เต้าเอ่ยปากด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ในชั่วขณะถัดมา องครักษ์ก็ออกแรงผลักเสวี่ยปิงออกไปจากตัวเองอย่างแรง
ยังไม่ทันที่จ้าวเซียวจะถามไถ่อะไร ทันใดนั้นเขาก็เห็นองครักษ์คุกเข่าลงกับพื้น ทั้งร่างหอบหายใจแรง ใบหน้าก็มีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาในพริบตา เมื่อครู่นี้ตอนที่เขากำลังจะลงมือ จู่