่ยว่า
“การเป็นมิตรสหายกับข้า อันดับแรกคือต้องไม่คบหากับคนไร้ประโยชน์”
จ้าวคังและจ้าวหย่งที่ถูกพาดพิงถึงต่างก็ต้องกัดฟันอดทนอีกครั้ง
“และหากเป็นมิตรสหายของข้า ต่อไปก็ต้องเชื่อฟังคำพูดของข้า ทุกการกระทำต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของข้าเป็นหลัก โดยสรุปคือหากเป็นมิตรสหายของข้าก็ต้องยอมให้ข้าเป็นผู้นำ แน่นอนว่าข้าก็จะไม่ทำให้มิตรสหายเสียเปรียบ หากมีเรื่องที่เป็นประโยชน์ข้าก็จะพิจารณาถึงเจ้าด้วย”
หลังจากได้ฟังคำพูดเหล่านี้ ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างก็ตะลึงงัน ตามความหมายในคำพูดของจ้าวเซียวผู่นี้ จะเรียกว่ามาผูกมิตรที่ไหนกัน ชัดเจนว่าหาคนมาเป็นลูกน้องต่างหาก หลังจากฟังทั้งหมดแล้ว ‘มิตรภาพ’ นี้ต้องจ่ายค่าตอบแทนมากมาย แต่ผลประโยชน์มีเพียงอย่างเดียว นั่นคือขนมชิ้นใหญ่ที่เรียกว่า ‘การพิจารณา’
มิตรภาพแบบนี้ก็คงไม่ต่างจากทาสสักเท่าไร เขามองดูสารถีมือหักและองครักษ์ที่โดนตบหน้าข้างกายจ้าวเซียว ไม่รู้ว่า ‘มิตรภาพ’ นี้จะมีระดับสูงกว่าคนสองประเภทนี้หรือไม่ เมื่อได้สติกลับมาทุกคนก็ต่างมองไปที่หลี่เต้า คำพูดของจ้าวเซียวนั้นพูดกับหลี่เต้า จึงไม่รู้ว่าเขาจะตอบอย่างไร
พูดตามตรง หลี่เต้ารู้สึกขบขันอยู่บ้าง เขาคิดว่าองค์ชายที่ทำได้ถึงขั้นองค์ชายสามและองค์ชายสี่ก็นับว่าสุดยอดแล้ว ไม่คิดว่าคนนี้จะมีคนที่เหนือกว่าอีกขั้น ช่างทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ องค์ชายห้าผู้นี้ไม่เพียงแค่ถูกตามใจจนเสียคนเท่านั้น แต่อีกฝ่าย