ฟ้าดินวิปริตแปรปรวน จันทรกระจางกลางนภา วังหลวงเงียบงัน เมืองจิงเฉิงลับยังคงคึกคักอึงทึก
ในตำหนักบรรทม แสงตะเกียงไหวระริก เบื้องหลังม่านโปร่ง สองเงาร่างนั่งอยู่ข้างขอบเตียง
คนหนึ่งคือเจียงฉางเซิง อีกคนคือมูหลิงลั่ว ในชุดเมฆาหลากสีและสวมมงกุฎหงส์
“ท่านสร้างแดนสวรรค์ขึ้นมา แต่กลับเป็นโอรสสวรรค์เช่นนี้จะไม่แปลกไปหน่อยหรือเจ้าคะ”
มูหลิงลั่วถามเสียงเบา คำพูดแฝงแววหยอกล้อเล็กน้อย
เจียงฉางเซิงกุมมือของนางไว้ ยิ้มพลางกล่าวว่า “โอรสสวรรค์ก็แค่ชั่วคราว อย่างไรเบื้องบนของเทียนจิ่งคือแดนสวรรค์”
“ต้องแบ่งขั้นสูงต่ำ แม้แต่จักรพรรดิแห่งแดนสวรรค์ก็เป็นเพียงชั่วคราว ไม่นานก็ต้องส่งมอบให้คนรุ่นหลังของเรา”
ริมฝีปากแดงของมูหลิงลั่วยกขึ้นเป็นเส้นโค้งน่าหลงใหล นางยกมือแหวกสายมุกบนมงกุฎหงส์ออก
เอียงศีรษะเล็กน้อยมองไปยังเจียงฉางเซิง พลางกล่าวว่า “หากท่านกลายเป็นจักรพรรดิแห่งแดนสวรรค์ในภายหน้า จะพาข้าขึ้นไปด้วยหรือไม่เจ้าคะ”
เจียงฉางเซิงหัวเราะเบา “แน่นอน ข้าเป็นจักรพรรดิแห่งแดนสวรรค์ เจ้าก็คือจักรพรรดินี”
“รอข้าลงจากตำแหน่งจักรพรรดิแห่งแดนสวรรค์ กลายเป็นบรรพจารย์แห่งเซียนทั้งปวง เจ้าก็ย่อมเหาะขึ้นสวรรค์ตามข้า”
“พี่ฉางเซิง ท่านจำครั้งแรกที่เราพบกันได้หรือไม่…”
มูหลิงลั่วค่อยๆ เอนตัวพิงไหล่ของเขา พูดถึงเรื่องราวเมื่อยังเด็ก
นางหวนนึกถึงครั้งแรกที่ตนได้เจอกับเจียงฉางเซิง เจียงฉางเซิงกอดนางไว้ ตั้งใจฟัง หวนคิด