กๆ เท่านั้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วหลีเต้าก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทอดถอนใจถึงความอันตรายของเมืองหลวง โชคดีที่ตอนแรกหลังจากเขาออกจากชนเผ่าเป่ยหมานแล้วไม่ได้เข้ามาในเมืองหลวงทันที แต่ถูกเลือกให้ไปยังดินแดนทางใต้ หากเข้ามาในเมืองหลวงตั้งแตตอนนั้น ด้วยพลังระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดของเขาคงจะไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มที่ ณ ที่แห่งนี้
เมื่อลมหายใจของโม่อู๋หมิงสลายไป หลีเต้าก็หยิบกระบี่ขึ้นมา ทุกคนต่างเข้าใจแล้วว่าผลลัพธ์ของการประลองครั้งนี้เป็นอย่างไร แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าผลลัพธ์ของการประลองจะออกมาเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะมองจากแง่มุมไหน ความหวังในการเอาชนะของหลีเต้าก็มีอยู่น้อยนิด แต่แล้วเรื่องราวก็ดันพลิกผัน โม่อู๋หมิงคนคลั่งกระบี่ผู้มีพลังเทียบเท่าระดับมหาราชาปรมาจารย์กลับพ่ายแพ้ และดูจากสภาพของหลีเต้าในตอนนี้ แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถชนะได้โดยไม่ยากลำบากนัก
ทันใดนั้นทุกคนก็เริ่มคาดเดาว่าพลังที่แท้จริงของหลีเตานั้นแข็งแกร่งเพียงใด ต้องมีระดับกึ่งมหาราชาปรมาจารย์เป็นอย่างน้อย เช่นนั้นแล้วก็คงไม่สามารถเอาชนะโม่อู๋หมิงได้ ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากที่จะอยู่ในระดับมหาราชาปรมาจารย์ เมื่อนึกถึงว่าวรยุทธของหลีเต้าอาจจะบรรลุถึงระดับมหาราชาปรมาจารย์แล้ว หลายคนต่างสูดลมหายใจเฮือกด้วยความตกใจ ข้อมูลเกี่ยวกับหลีเตานั้นพวกเขาได้อ่านมาไม่น้อย เมื่อสามปีก่อนพวกเขารู้ว่าหลีเต้ามีวรยุทธระดับปรมาจารย์ด้วยวัยเพียงยี่สิบกว่า